ลงทุนอะไรได้เงินเร็ว

เป็นคำถามของคนที่มีเงินทุนที่อยากลงทุนหุ้นหรืออะไรสักอย่างเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเร็ว  มีคนเคยพูดกับผมว่า ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรอก  ผมว่ามันก็จริงนะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ผมว่า ยากง่าย มันเป็นเรื่องของบุคคล
บางอย่างเราคิดว่า เขาลงทุน ลงแรง มากขนาดนั้น มันต้องยากเป็นแน่  ให้ตัวเองทำอย่างเขาคงทำไม่ได้  แต่สำหรับบางคน เขาอาจคิดเป็นเรื่องธรรมดา มันไม่ใช่เรื่องยากเลย  ช่องทางหาเงินก็เช่นกัน  บางคน ทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง  กับอีกคนต้องทำหลายอย่าง กว่าจะได้เงินมา   จริงๆ แล้วผมคิดว่ามันคือช่องทางการหาเงินมากกว่า คนที่มองเห็นช่องทาง มากกว่า ย่อมมีโอกาสได้มากกว่าและใช้เวลาน้อยกว่าจริงไหม 

  • ก็เหมือนกับเรา เดินทางไปทำงาน  เราเคยลองหาเส้นหาอื่นที่เดินทางได้เร็วกว่า ใกล้กว่าบ้างหรือป่าว ถ้าคุณเลือกที่จะเดินเส้นทางเดิมๆ ทุกวัน คุณก็จะเจอกับสิ่งเดิมๆ ทุกวัน  หากคุณ ได้ลองหาเส้นทาง หรือสอบถามเส้นหาอื่นดู และลองใช้เส้นทางอื่นดู คุณอาจพบว่า การเดินทางไปทำงาน มันมีทางที่ง่ายกว่าเดิม

    การลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เรามองข้าม  หรือไม่เคยสนใจ  นั้นคือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน  (Forex)  ซึ่งเป็นตลาดลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ถ้าจะเปรียบเทียบการลงทุนให้เห็นภาพ   การลงทุนหุ้น เหมือนคุณ ตกปลาใน แม่น้ำเจ้าพระยา  ส่วนการลงทุนใน Forex เปรียบกับการ ตกปลาในมหาสมุทร    การทำให้เกิดคลืน เปรียบเหมือนการปั่นหุ้น   จะเห็นได้ว่าการปั่นหุ้นในมหาสมุทร มันยากกว่า แม่น้ำเจ้าพระยาแน่นอน

    คุณกล้าที่จะออกทะเลหรือป่าว
    นั้นเป็นคำถามที่คุณต้องตอบให้ได้  เปรียบปลาเป็นเงิน ในทะเลมีปลา หลากหลายชนิดปลาบางชนิด หาได้ง่ายมาก แทบไม่ต้องใช้แรงอะไรก็จับได้ นักลงทุนบางกลุ่นก็ไม่สนใจปลาเหล่านั้น แต่สำหรับบางกลุ่ม มันมีค่าเพราะมันเป็นปลา(เงิน)

    Broker คืออะไร
    ผมเปรียบ Broker เป็นเรือหาปลา  เรือที่ดีต้องมีเพื่อทีสำหรับใส่ปลาและมีความปลอดภัยสูง Broker ที่ผมแนะนำ คือ Exness  เพราะเขา มีความน่าเชื่อถือระดับสากล ติดระดับโลกเลยก็ว่าได้ แบะเหมาะสำหรับ คนไทยที่สุด เพราะมีภาษาไทย และพนักงาน Support คนไทย และมีพื้นทีให้เราเก็บปลาได้มากกว่าที่อื่น 

    คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองเล่นได้ จนกว่าคุณพร้อมที่จะออกเรือไปกับเขา แน่นอน มีทั้งคนได้ปลาและไม่ได้ปลา มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์คุณว่าไหม

ไม่มีประสบการณ์ เรามีคลิปวีดีโอสอนให้ฟรี ศึกษาเรียนรู้ฟรี เปิดบัญชีหุ้นฟรี ไม่เสียเงินสักบาท อยู่ที่คุณแล้วล่ะว่าพร้อมที่จะรวยด้วยการเล่นหุ้นหรือยัง

 

  • รวยด้วยหุ้นง่ายๆ เริ่มก่อน รวยก่อน เหลือเชื่อ!! 500 บาทก็เล่นหุ้นได้ รวยด้วยหุ้นง่ายๆ วิธีเล่นหุ้น เริ่มต้นเล่นหุ้น มีคลิปวีดีโอสอนให้ฟรี เริ่มต้นสมัครฟรี มีโปรแกรม Demo ทดลองเล่นหุ้นกันได้ฟรีๆ  คลิกที่นี่เพื่อสมัคร exness

ฟ้าไม่เคยลิขิตให้ใครจน แต่คนต้องรู้จักลิขิตชีวิตตัวเอง
 

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

 
 
images
 

จะเริ่มเล่นหุ้นต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ต้องรู้อะไรบ้างในเบื้องต้น

คำกล่าวที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา” แม้เวลาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ก็ยังใช้ได้เสมอ แม้ในสนามรบทุนนิยมอย่างตลาดหุ้นก็เช่นกัน ถ้าเราเตรียมตัวเองให้พร้อม และมีการศึกษาตลาด ศึกษาตัวหุ้น รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดด้วย โอกาสที่เราจะทำกำไรจากการเล่นหุ้นก็มีมากขึ้นเช่นกันครับ

หุ้น

สรุปภาวะตลาดหุ้นประจำวันจากหน้าเวบ Settrade.com

การจะเริ่มเล่นหุ้นนั้นก่อนอื่น เราต้องรู้เรา หรือรู้ตัวเองก่อนครับว่า เราพร้อมแค่ไหน กับการที่จะเข้ามาทำกำไรในตลาดทุนแห่งนี้ (ส่วนรู้เขานั้นเราต้องไปวิเคราะห์กันในสภาพตลาดอีกทีว่าเหมาะสมกับการเล่นของเราหรือไม่ ต้องใช้เครื่องมือหรือการวิเคราะห์แบบไหนเข้าไปตรวจจับ ซึ่งจะเป็นในเชิงลึกแล้ว เราค่อยมาว่ากันทีหลัง ตอนนี้เรามาดูในเบื้องต้นกันก่อน)

สิ่งที่เราต้องรู้ตัวเราเองและต้องเตรียมในขั้นแรกๆ คือ เงินทุนและความรู้ โดยเฉพาะความรู้ถ้าเรามีไม่พอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนเงินรายได้ไปให้กับมือเก๋าๆ ในตลาดครับ

เล่นหุ้นต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่?

ในการลงทุน เงินทุนยิ่งมากก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่แนะนำว่าเริ่มต้นที่ 100,000 บาทก่อนก็ดีครับ เก็บความรู้เก็บประสบการณ์ไปก่อน ถ้าเก่งแล้วค่อยเพิ่มทุน ก็ยังไม่สายเกินไป

ที่จริงแล้วการจะใช้เงินทุนเท่าไหร่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับว่ารูปแบบการลงทุน ของเพื่อนๆ นักลงทุนเป็นแบบไหน  และลงทุนในหุ้นตัวไหน มีน้อยก็เริ่มจากลงทุนน้อยๆ ได้ แต่สำคัญที่ว่าเงินที่นำมาลงทุนในหุ้นนี้ ต้องเป็นเงินเย็น เงินที่เรากันไว้จากเงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันปกติแล้ว เป็นเงินที่เราไม่ได้จำเป็นต้องดึงกลับมาใช้ในเวลาอันใกล้นี้ เพราะอาจจะเกิดปัญหาที่ว่าเงินยังไม่ได้ออกดอกออกผลตามที่ควรจะเป็น กลับต้องดึงกลับมาใช้จ่ายซะแล้ว จะเสียประโยชน์ในระยะยาวเสียเปล่าๆ ครับ

ในการเล่นหุ้นต้องรู้อะไรบ้าง

  1. รู้ว่าสิ่งที่เราจะลงทุนคืออะไร มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร ซึ่งในที่นี้คือ หุ้น และอย่าลืมว่าราคาของหุ้นจะขึ้นจะลงได้ แท้จริงแล้วจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของธุรกิจนั้นๆ เป็นสำคัญ ไม่ใช่เกิดจากการทำราคาหุ้น ปั่นราคาหุ้น เพราะถึงจะทำราคาอย่างไร สุดท้ายแล้วราคาก็จะกลับมาเคลื่อนไหวตามผลการดำเนินงานของธุรกิจอยู่ดีแหละครับ ควรศึกษาไปให้ลึกถึงขั้นรู้ความเป็นมาของหุ้นแต่ล่ะตัวว่า เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ใครเป็นผู้บริหาร สัญญาอะไรไว้ทำได้ตามนั้นหรือไม่ มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีเป้าหมายในอนาคตอย่างไร อะไรเป็นจุดอ่อนจุดแข็งของธุรกิจนี้บ้าง เป็นต้น ถึงแม้ในตลาดหลักทรัพย์ในบ้านเราจะมีหุ้นอยู่ 500 กว่าตัว แต่ไม่จำเป็นต้องรู้หมดทุกตัวหรอกครับ เลือกหุ้นที่เราสนใจ และอยู่ในธุรกิจที่เราเข้าใจดี แล้วเข้าซื้อขายให้ถูกจังหวะก็เพียงพอแล้ว
  2. รู้ว่าตัวเราเองเหมาะกับการลงทุนแบบไหน เล่นสั้น กลาง หรือว่าลงทุนระยะยาว ชอบแบบเน้นตั้งรับกินปันผล หรือว่า ชอบเชิงรุกแบบแนววิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งการลงทุนแต่ละแบบ วิธีการแต่ล่ะแบบก็จะแตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อนๆ ก็ควรจะต้องรู้ตัวเองให้ได้ว่าเหมาะกับแบบไหน และทุกแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เช่นเล่นสั้นจะเห็นผลได้เร็วกว่า การเล่นระยะยาว แต่ก็ต้องใช้การตัดสินใจที่บ่อยครั้งกว่า และใช้เวลาในการติดตามราคามากกว่าการเล่นระยะยาวเป็นต้น ที่สำคัญต้องรู้ว่า เข้าซื้อวิธีไหนก็ขายออกด้วยวิธีนั้น ไม่ใช่ว่าตอนซื้อมาแบบนักลงทุนระยะสั้น แต่พอหุ้นไม่เป็นไปตามคาดก็ไม่ยอมตัดขาดทุน กลายเป็นนักลงทุนระยะยาวจำเป็นซะงั้น แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ
  3. รู้ว่าจะใช้เครื่องมือชนิดใด การวิเคราะห์แบบไหนมาเป็นตัวช่วยในการลงทุน หรือมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งหลักๆ แล้วจะมีอยู่สองแบบคือ
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน(Fundamental Analysis) ซึ่งก็ต้องติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท ดูบัญชีเป็น ดูงบการเงินเป็น ดูแนวโน้มการเติมโตของบริษัทนั้นๆ ได้ และเข้าซื้อเมื่อเห็นว่าราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ วิธีนี้ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะรู้จักกันในนาม VI การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investor) นักลงทุนระดับโลกที่ใช้แนวทางนี้ก็ได้แก่ Benjamin Graham, Warren Buffett,  Philip Fisher รวมถึง Peter Lynch เป็นต้น ส่วนในไทยเราก็มี อาจารย์ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, นพ.บำรุง ศรีงาน(หมอสามัญชน แห่ง ThaiVI.org) เป็นต้นครับ
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค(Technical Analysis) ซึ่งก็ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาของหุ้นนั้นๆ อ่านกราฟเป็น ใช้อินดิเคเตอร์เป็น เข้าใจแนวโน้มของราคา (Trends) เข้าใจรูปแบบของราคา (Patterns) เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อขายให้ถูกจังหวะ นักลงทุนระดับโลกที่ใช้แนวทางนี้ก็ได้แก่ George Soros, Jesse L. Livermore,  Ed Seykota เป็นต้น  ส่วนในไทยเราก็มี คุณลุงโฉลก(chaloke.com) คุณมัดเลย์ (mudleygroup.blogspot.com) คุณเด่นศรี (dsm.pantipmember.com) เป็นต้นครับ

มีทุน  มีความรู้พร้อมแล้ว ก็ไปเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ได้เลย หรืออาจจะเปิดไว้ก่อนแล้วค่อยไปหาความรู้ก็ได้ไม่ว่ากันครับ

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต้องทำอย่างไร

 

อย่างแรกเลยคือต้องเตรียมหลักฐานเหล่านี้ให้พร้อม

ถ้าไม่อยากเตรียมเอกสารให้ยุ่งยากแนะนำสมัครกับโบรกเกอร์ exness ครับ สมัครง่าย แค่นาทีเดียวก็เรียบร้อยครับ ไม่ต้องส่งเอกสารใดๆ เลย ฝากเงิน ถอนเงินสะดวก รวดเร็วมากๆขอบอก เล่นหุ้นทุนน้อย เล่นหุ้นด้วยเงิน 500 บาท สมัครexnessคลิกที่นี่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการ หรือหนังสือเดินทาง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบแจ้งรายการบัญชีธนาคารหรือสำเนาสมุดเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
  • แบบคำขอให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) (อันนี้หากเราต้องการให้โบรกเกอร์ตัดเงินจากบัญชีได้เลยก็กรอกไปได้เลยครับ แต่ถ้าต้องการโอนเงินเข้าเองไม่ต้องการให้หักอัตโนมัติก็ไม่ต้องกรอกตัวนี้ครับ)
  • ค่าอากรแสตมป์ 30 บาท

จากนั้นก็เลือกโบรกเกอร์ได้เลย เพื่อนสามารถดูรายชื่อโบรกเกอร์ได้ที่ http://www.settrade.com/C00_BeginnerRedirect.jsp?txtPage=beginnerZone/th/beginner-broker-list.html

หากทุนน้อยและต้องการเทรดบ่อยๆ ก็สามารถเลือก โบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ที่ตอนนี้มี บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กับ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ครับ

ตามลิ้งค์ด้านบนเพื่อนๆ สามารถกรอกข้อมูลสมัครทางออนไลน์ได้เลยครับแล้วเราก็ปริ้นออกมาเซนต์กำกับ หรือว่าโบรกเกอร์เขาจะส่งเอกสารมาให้กรอกทางไปรษณีอีกที อันนี้แล้วแต่โบรกเกอร์ หรือว่าถ้ามีสำนักงานโบรกเกอร์อยู่ใกล้บ้าน เพื่อนๆ สามารถโทรให้เขามาหาถึงบ้านพร้อมกับเอกสารการสมัครได้เลย โบรกเกอร์ต้องการลูกค้าใหม่ๆ อยู่แล้วเลยแข่งกันบริการเต็มที่

ส่วนระยะเวลาอนุมัติส่วนใหญ่จะประมาณ 7 วัน ถ้าเกินนี้โทรจิกไปเลย หรือไปตั้งกระทู้ที่ พันทิบ ห้อง สินทร (http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/) ก็ได้ รับรองได้เรื่อง

ต้องเปิดบัญชีประเภทไหน

มือใหม่ควรเปิดแบบ บัญชีเงินฝาก (Cash Balance Account) ซึ่งเราต้องฝากเงินเข้าไปมีเงินเท่าไหร่ซื้อหุ้นได้เท่านั้น เพิ่งเริ่มอย่าเพิ่งเปิดแบบบัญชีเงินกู้ยืม (Credit Balance Account) ไว้เราบริหารจัดการการเงิน (Money Management) ได้เก่งแล้วค่อยมาว่ากันอีกที

และแนะนำว่าให้เปิดบัญชีแบบเล่นหุ้นออนไลน์จะสะดวกมากๆ ครับ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์บ้านเราจะกำหนดวงเงินที่ต้องใช้เงินในการเปิดบัญชีออนไลน์ขั้นต่ำที่ประมาณ 5,000 ถึง 50,000 บาทครับ แล้วไม่ต้องกลัวว่าเงินของเราจะไปนอนนิ่งเฉยๆ ไม่ยอมทำงาน เพราะโบรกเกอร์เขาก็มีดอกเบี้ยเงินฝากให้ด้วยครับ

อย่าลืมนะครับก่อนเล่นหุ้นด้วยเงินจริง ความรู้เพื่อนๆ ต้องพร้อม เพราะในสนามแห่งนี้ต่อให้เพื่อนๆ มีเครื่องมือดีขนาดใหน สุดท้ายก็ต้องสู้กันด้วยความรู้และประสบการณ์อยู่ดีครับ

  1. อยากให้เพื่อนๆ ที่เล่นหวย หันมารวยด้วยการเล่นหุ้นกันเยอะๆ แต่ไม่ใช่ว่าเห็นตัวเลขราคาแล้วมาเล่นหวยหุ้นกันอีกนะ อันนั้นหนักกว่าเดิมอีก

ลงทุนหุ้นขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.krungsri.com

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ EXNESS


หุ้นไทยจะลงท้ายด้วยคำว่า SET เช่น #PTT-SET #DTAC-SET #KBANK-SET #KTB-SET #BANPU-SET

ในช่อง Market Watch ของท่านไม่ปรากฎหุ้นใดๆให้ท่านเลือกคลิ๊กขวาจากนั้นเลือก Symbols


หุ้นไทยที่ท่านสามารถเทรดผ่านโบรกเกอร์ EXNESS อาจมีเพิ่มหรือลดมากกว่า

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึงคนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

images

เล่นหุ้นให้ได้เงินวันละ 1,000 บาท ทำได้จริงหรือ ?

คนเล่นหุ้นเป็นไม่ใช่คนที่กดโทรศัพท์ทำการซื้อขายเป็นเท่านั้น แต่หมายถึงคนที่เข้าใจความหมายของค่าดัชนี ตัวเลขชี้วัด รวมถึงติดตามข่าวสารรอบด้านทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าใจระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้เป็นอย่างดี เพราะการเข้าใจข้อบ่งชี้ที่อาจส่งผลต่อตลาด รวมถึงหุ้นตัวที่อยู่ใน “Focus” นั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเล่นหุ้นให้ได้กำไรนั่นเอง

การเล่นหุ้นให้ได้เงินวันละ 1,000 บาทนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่การจะขายหุ้นให้ได้กำไรทุกวันอาจเป็นเรื่องยากและไม่มีความจำเป็น แต่ถ้าหากบอกว่าเล่นหุ้นเดือน ๆ หนึ่งให้ได้กำไรเฉลี่ยวันละพันบาท อาจจะง่ายและ Practical กว่า ซึ่งการเล่นให้ได้เงินแบบนี้ถือเป็นเดย์เทรดที่มีความเสี่ยงเสมอ แต่ผลตอบแทนมักคุ้มค่า เข้าตำราเสี่ยงมากได้มาก แต่ถ้าผิดพลาด ชักช้า ตัดสินใจไม่เด็ดขาด นอกจากจะสูญเสียโอกาสในการทำกำไรแล้ว ยังมีสิทธิ์ขาดทุนแบบไม่ตั้งตัว

คนเล่นหุ้นเป็นมักไม่เกิดปัญหาติดดอย คนเล่นเป็นมักตัดสินใจ cut loss แล้วเอาทุนมาหมุนสร้างกำไรใหม่ ไม่มัวมาหมกหมุ้นดราม่าเฝ้าทะนุถนอมเช้าเย็นรอดูเมื่อไหร่มันจะขึ้นมาจะได้ปล่อย แต่นักลงทุนที่ทำอย่างนี้ได้ส่วนใหญ่มักเป็นนักเล่นหุ้นที่มีประสบการณ์ จึงมีความมั่นใจและความกล้าที่จะ cut loss เพราะเขารู้ว่าเขาจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำทุนอย่างอื่นอีก

แต่ว่าหุ้นในกระดานมีอยู่หลายร้อยตัว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวไหนจะขึ้น ตัวไหนจะลง เพราะความที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีมาก จึงได้มีการแบ่งประเภทธุรกิจเป็นหมวด ๆ เช่น หมวดปิโตรเลียม หมวดการเงินการธนาคาร เป็นต้น เพื่อดูภาพรวมในแง่ของอุตสาหกรรม เพื่อที่จะได้ศึกษาย่อยเป็นรายบริษัทอีกต่อหนึ่ง การเล่นสั้นแบบเดย์เทรดคือการซื้อขายวันต่อวัน ทำให้รอบในการทำกำไรมีมาก การที่จะรู้ว่าหุ้นตัวไหนกำลังขึ้น และขึ้นไปถึงเท่าไหร่ แล้วถ้าลงจะลงถึงเท่าไหร่ ไม่มีใครตอบได้

บางคนนั่งเฝ้าดู Volume ซื้อขาย สังเกตแนวโน้มแล้วค่อยตั้งซื้อตั้งขาย ซึ่งก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่ง่ายที่สุด และสามารถทำได้โดยไม่ต้องศึกษาลักษณะหุ้นหรือบริษัทนั้น ๆ เท่าใดนัก ข้อเสียคือเวลาได้อาจได้น้อยหรือไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากไม่เข้าใจปัจจัยพื้นฐานหุ้นตัวนั้น แค่วิเคราะห์แนวโน้มแล้วก็เล่นเลย ที่สำคัญเป็นการเล่นที่เสี่ยง เพราะแมลงเม่าหลายคนก็เล่นแบบนี้เอง ข้อได้เปรียบของผู้เล่นประสบการณ์คือเข้าเร็วแล้วออกได้ และการเล่นแบบนี้มีความจำเป็นที่จะต้องจ้องกระดานหุ้นแบบกินนอนกับตารางหุ้น เปิดค้างไว้ 3-4 หน้าจอตลอดเวลา มนุษย์เงินเดือนแมลงเม่าน้อยเสียเปรียบเพราะเปิดซื้อขายทิ้งไว้ ไม่มีเวลาตามความเคลื่อนไหว จึงมักออกไม่ทันและติดดอยในที่สุด

การเป็นนักลงทุน VI จึงอาจเป็นคำตอบของคนที่ไม่ชอบความหวือหวา เพราะเป็นการลงทุนในระยะยาว เป็นการลงทุนที่มองข้ามเรื่องการปันผลและแคปปิตอลเกน การลงทุนแบบ VI คือการลงทุนเพื่อความมั่นคงที่แท้จริง เพราะการลงทุน VI คือการเลือกลงทุนในหุ้นที่มีการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน เริ่มต้นด้วยการศึกษาหุ้นจากบริษัทที่น่าสนใจ ทั้งนี้บริษัทนั้น ๆ ต้องมีความมั่นคงและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วพอสมควร ศึกษางบการเงินบริษัทนั้น ๆ ย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวสำคัญภายในบริษัทนั้น ๆ เช่น

การควบรวมบริษัท เปลี่ยน CEO เข้าซื้อลงทุนในกิจการข้ามชาตือื่น ๆ หรือลงทุนขยายกำลังการผลิต หรือการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ ดังนั้นถ้าสนใจหุ้นบริษัทไหนก็ให้ติดตาม Newsletter ของบริษัทนั้น หุ้นกลุ่ม VI จึงมักมีราคาค่อนข้างสูงหลักร้อยบาท อาจถึง 3-400 บาท ทำให้ Volume ในการซื้อมักไม่ได้มาจากรายย่อยเล็ก ๆ เช่น ถ้าต้องการจะซื้อหุ้น SCN สัก 100 หุ้นก็ต้องใช้เงินสามหมื่นเกือบสี่หมื่นบาทเลยทีเดียว

การลงทุนแบบ VI จึงควรมีเงินก้อนสักหน่อยเพื่อลงทุนในหุ้นนั้น ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็น VI แล้วจะปล่อยทิ้งไม่ติดตามข่าวสาร การเป็นนักลงทุนอย่างไรเสียก็ต้องติดตาม เพราะในภาวะที่ตลาดผันผวนหากเราไม่ติดตาม เราก็อาจเสียโอกาสในการทำกำไรได้ เช่น ในภาวะปกติหุ้นน้ำมัน AAA มีราคา 250 บาท เราถือหุ้นตัวนี้อยู่ 10,000 หุ้น แต่ช่วงที่ผ่านมา อิหร่านถูกกดดันเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ จนต้องยอมลดกำลังการผลิตน้ำมัน และยอมให้ยูเอ็นเข้าตรวจสอบอาวุธนิวเคลียร์ หากตอนกลางคืนเราติดตามข่าว เราก็ตั้งขายหุ้นของเราทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้

เพราะเรารู้แน่ว่าหุ้นกลุ่มน้ำมันจะต้องขึ้นทั้งกลุ่ม การตั้งขายก่อนเนิ่น ๆ จะได้เปรียบกว่าตั้งขายก่อนตลอดเปิด เพราะเราจะอยู่คิวแรก ๆ ในการขาย เมื่อตลาดเปิดเราต้องเกาะติดเพื่อดูว่าหุ้นไปถึงราคาที่ตั้งขายหรือไม่ แนวโน้มเป็นอย่างไร หากพุ่งแรงมาก เราอาจยกเลิกการขายก่อน แล้วตั้งขายในราคาที่สูงขึ้นไปอีก เป็นต้น

เมื่อขายได้แล้ว โดยธรรมชาติกระแสบูมข่าวจะทำให้หุ้นพุ่งหวือหวาอยู่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น และหุ้นที่มีการสวิงวันนี้ขึ้น วันต่อมาลง วันต่อมาอีกก็จะขึ้นเป็นกระดานหกโดยธรรมชาติ เราอาจหาจังหวะเข้าช้อนซื้อ และถึงแม้ว่าหุ้นตัวนั้นจะยังลงอีกก็ไม่ต้องกังวล อย่าลืมว่าหุ้นพื้นฐานดี ศึกษามาเป็นอย่างดี บริษัทไม่ล้มง่าย ๆ เมื่อราคาลงอีก หากเรามีเงินทุนอยู่ในมือ เราก็ซื้อถัวเข้าไปอีก ทำให้เราได้ของถูก พร้อมกำไรอยู่แล้วในกระเป๋าอีกก้อน นั่นก็เพราะการติดตามข่าวสารนี่เอง

แต่นักลงทุน VI หลายคนไม่มีเวลาเกาะติด หลายคนเลือกลงทุนแบบออม ในภาวะตลาดปกตินั้น นักลงทุนประเภทนี้ควรแบ่งเงินออมส่วนหนึ่งทุก ๆ เดือนเข้าซื้อหุ้น VI เก็บไว้ เป็นการเก็บเล็กผสมน้อย พนักงานเงินเดือนระดับกลาง ๆ หากมี Flow เหลือสักประมาณเดือนละหมื่น ก็ซื้อเก็บเดือนละหมื่นบาท ถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง ไม่ต้องปวดหัวกังวลเฝ้าพอร์ต เอาเวลาไปทำงานอย่างอื่นไป ส่วนตรงหุ้น VI ก็ให้เงินทำงานของมันเอง

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

images

มือใหม่หัดเล่นหุ้นกับการเปิดบัญชีหุ้น

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเล่นหุ้น แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี วันนี้ เรามีคำแนะนำเบื้องต้นมาฝากกันครับ

มาทำความรู้จัก “การเล่นหุ้น” กันก่อน

การเล่นหุ้น หรือการลงทุนในหุ้น คือ การซื้อหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อขายหุ้นนั้นมีอยู่ด้วยกันสองตลาด คือ ตลาดแรก และตลาดรอง การซื้อขายในตลาดแรก หรือการซื้อขายหุ้น IPO (Initial Public Offering) เกิดจากการที่บริษัทต้องการระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อขยายกิจการ โดยราคาหุ้นจะถูกกำหนดไว้ให้นักลงทุนมาจับจอง ในการซื้อหุ้น IPO นั้นจะต้องจองซื้อผ่านผู้จัดจำหน่ายเท่านั้น เช่น บริษัทหลักทรัพย์ หรือตัวแทนจำหน่ายหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์แต่งตั้ง ส่วนการซื้อขายหุ้นหลังจากนั้น จะเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดรอง ซึ่งเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ นั่นเอง ราคาของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงตามผลการดำเนินการของบริษัท และสภาวะตลาดตามหลักของ demand supply ครับ

ผลตอบแทน

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั้น โดยหลัก ๆ แล้ว มี 2 ประการ อันดับแรก คือ Capital Gain หรือกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่เราซื้อมากับราคาที่เราขายไป ส่วนที่สอง คือ เงินปันผล (Dividend) หรือเงินส่วนแบ่งผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในระหว่างปีที่นำมาจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้น

เล่นหุ้นมีความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นอาจมองได้เป็น 2 ส่วนเช่นกัน คือ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน และความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน เกิดจากตัวบริษัทเอง เช่น การดำเนินการของบริษัท หรือคณะผู้บริหาร ส่วนความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกมีได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม อัตราแลกเปลี่ยนเงินกรณีเป็นบริษัทที่มีธุรกรรมกับต่างประเทศ หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อธุรกิจ เช่น น้ำท่วม พายุ ความกดดันทางการเมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อราคาหุ้น

นักลงทุนมีหลายประเภท

ด้วยปัจจัยความเสี่ยงที่กล่าวมานี้ ทำให้นักลงทุนต้องมีการคัดสรรหาหุ้นที่ดี โดยแนวทางในการเลือกหุ้นนั้นมีอยู่หลายกลุ่ม เช่น นักลงทุนสาย Fundamentals คือ กลุ่มที่เลือกซื้อหุ้นโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานบริษัท ให้ความสำคัญกับการอ่านงบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด รอจังหวะเข้าซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม แล้วรอขายเมื่อราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริง โดยระหว่างทางก็เก็บเงินปันผลไปเรื่อย ๆ ส่วนนักลงทุนสาย Technical Analysis จะเน้นดูกราฟราคาย้อนหลัง ร่วมกับเครื่องมือในการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เพื่อหาสัญญานในการเข้าซื้อ และจุดขายทำกำไร ส่วนเราจะเป็นนักลงทุนสายไหนนั้น ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การลงทุน และนิสัยส่วนบุคคลครับ

เปิดบัญชีหุ้น

ในการเทรดหุ้น หรือซื้อขายหุ้นนั้น เราต้องเปิดบัญชีหุ้นกับโบรกเกอร์ หรือที่เรียกกันว่า เปิดพอร์ต นั่นเอง โบรกเกอร์ คือ บริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่รับคำสั่งซื้อขายหุ้นจากผู้ลงทุน แล้วส่งไปเข้าระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้จับคู่คำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ ชำระเงินค่าซื้อหุ้น และนำหุ้นเข้าบัญชีของผู้ลงทุน โดยบัญชีหุ้นนั้น มีสามประเภท คือ

1

บัญชีวางเงินล่วงหน้า หรือ Cash Balance บัญชีนี้เป็นแบบตรงไปตรงมา มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ เราก็สามารถซื้อหุ้นได้จำนวนเท่านั้น โบรกเกอร์จะหักเงินจากบัญชีในวันที่ 3 หลังจากวันที่คำสั่งซื้อได้รับการยืนยันโดยไม่นับวันหยุด (T+3) เช่นเดียวกันกับการขาย บริษัทจะโอนเงินเข้าบัญชีด้วยระยะเวลา T+3 เช่นกันครับ ยกตัวอย่างเช่น เราสั่งซื้อหุ้น A ในวันศุกร์ เงินค่าซื้อหุ้นจะถูกตัดออกจากบัญชีในวันพุธในสัปดาห์ถัดไปครับ

2

บัญชีเงินสด หรือ Cash Account ในวันที่ส่งคำสั่งซื้อ เราต้องมีเงินหรือหุ้นในบัญชีเป็นมูลค่า 20% ของหุ้นที่ต้องการจะซื้อ ซึ่งต่างกับ Cash balance ที่ต้องมีเงินสดเท่ากับมูลค่าที่ต้องการซื้อ โดยนักลงทุนต้องโอนเงินซื้อภายใน 3 วันหลังจากคำสั่งซื้อได้รับการยืนยัน ส่วนในกรณีการขาย นักลงทุนจะได้รับเงิน T+3 เช่นเดียวกับ Cash balance ครับ

3

บัญชีกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ Credit Balance Account หรือบัญชีมาร์จิ้น เป็นบัญชีสำหรับผู้ที่ต้องการมีอำนาจซื้อหุ้นมากกว่าเงินที่ตัวเองมีอยู่ โดยใช้เงินหรือหลักทรัพย์ของตัวเองส่วนหนึ่งมาวางเป็นหลักประกัน โดยนักลงทุนต้องเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินส่วนที่กู้ยืมด้วยนะครับ

เนื่องจาก บัญชี credit balance นั้นมีรายละเอียดและกฎระเบียบเกี่ยวกับการวางเงินหลักประกันที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มอีกมาก ดังนั้น เพื่อนนักลงทุนมือใหม่ แนะนำให้เปิดบัญชี Cash Balance หรือ Cash Account ก่อนครับ ส่วนรายละเอียดของบัญชีข้างต้นอาจมีข้อแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ เราควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งครับ นอกจากนี้เพื่อความสะดวกในการซื้อขายหุ้น รวมถึงการรับเงินบัญชี เราสามารถผูกบัญชีหุ้นเข้ากับบัญชีธนาคาร เพื่อให้โบรกเกอร์หักเงินออก (กรณีซื้อหุ้น) หรือโอนเงินเข้า (กรณีขายหุ้น และการรับเงินปันผล) บัญชีธนาคารของเราได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการโอน หรือที่เรียกว่า ระบบบัญชี ATS – Automatic Transfer System ครับ

ซื้อขายหุ้นออนไลน์

เมื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแล้ว โบรกเกอร์จะแนะนำให้เปิดใช้บริการทาง internet เพื่อใช้ซื้อขายหุ้นได้ด้วยตัวเอง บางโบรกเกอร์อาจจะมีโปรแกรมเป็นของตัวเอง หรือหลายโบรกเกอร์จะให้ account เพื่อเข้าใช้โปรแกรม StreamingPro หรือ eFinance ซึ่งโดยทั่วไปโปรแกรมเหล่านี้จะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับหุ้น เช่น ข่าว ราคาหุ้นแบบ real time กราฟ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค ข้อมูลพื้นฐานบริษัทจดทะเบียน เช่น งบการเงิน ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท บ้างมีบทวิเคราะห์จากทางหลักทรัพย์ โดยทั้งหมดนี้เพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนในการตัดสินใจคัดกรองหุ้น เพื่อซื้อเข้าพอร์ตนั่นเองครับ

ซื้อขายผ่านนายหน้า

นอกเหนือจากการส่งคำสั่งซื้อขายด้วยตัวเองผ่านทาง internet แล้ว เรายังสามารถซื้อขายผ่าน Marketing หรือนายหน้าของโบรกเกอร์ได้เช่นกัน ข้อดีของการติดต่อ Marketing คือ Marketing มักจะมีข้อมูลหุ้นมาคอยให้คำแนะนำ รวมถึงโอกาสผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลจะน้อยกว่า แต่การซื้อขายผ่าน Marketing นั้นจะมีค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่สูงกว่าค่าธรรมเนียมของการเทรดผ่าน internet ด้วยตัวเอง ค่าคอมมิชชัน หรือค่าธรรมเนียมการซื้อขายนั้น มีราคาที่แตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ นี่คือหนึ่งในข้อควรพิจารณาการเลือกโบรกเกอร์ ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความน่าเชื่อถือและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) การให้บริการ ความเสถียรของระบบซื้อขาย และการให้ข้อมูลวิเคราะห์ครับ

เมื่อบัญชี และเครื่องมือพร้อมแล้ว อย่าลืม เตรียมตัวให้พร้อมโดยการเพิ่มเติมความรู้สำหรับการลงทุนอยู่เสมอ เพราะความรู้จะทำให้มือใหม่ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพครับ

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวยการเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิดเล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images