ลงทุนอะไรได้เงินเร็ว

เป็นคำถามของคนที่มีเงินทุนที่อยากลงทุนหุ้นหรืออะไรสักอย่างเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเร็ว  มีคนเคยพูดกับผมว่า ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรอก  ผมว่ามันก็จริงนะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ผมว่า ยากง่าย มันเป็นเรื่องของบุคคล
บางอย่างเราคิดว่า เขาลงทุน ลงแรง มากขนาดนั้น มันต้องยากเป็นแน่  ให้ตัวเองทำอย่างเขาคงทำไม่ได้  แต่สำหรับบางคน เขาอาจคิดเป็นเรื่องธรรมดา มันไม่ใช่เรื่องยากเลย  ช่องทางหาเงินก็เช่นกัน  บางคน ทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง  กับอีกคนต้องทำหลายอย่าง กว่าจะได้เงินมา   จริงๆ แล้วผมคิดว่ามันคือช่องทางการหาเงินมากกว่า คนที่มองเห็นช่องทาง มากกว่า ย่อมมีโอกาสได้มากกว่าและใช้เวลาน้อยกว่าจริงไหม 

  • ก็เหมือนกับเรา เดินทางไปทำงาน  เราเคยลองหาเส้นหาอื่นที่เดินทางได้เร็วกว่า ใกล้กว่าบ้างหรือป่าว ถ้าคุณเลือกที่จะเดินเส้นทางเดิมๆ ทุกวัน คุณก็จะเจอกับสิ่งเดิมๆ ทุกวัน  หากคุณ ได้ลองหาเส้นทาง หรือสอบถามเส้นหาอื่นดู และลองใช้เส้นทางอื่นดู คุณอาจพบว่า การเดินทางไปทำงาน มันมีทางที่ง่ายกว่าเดิม

    การลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เรามองข้าม  หรือไม่เคยสนใจ  นั้นคือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน  (Forex)  ซึ่งเป็นตลาดลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ถ้าจะเปรียบเทียบการลงทุนให้เห็นภาพ   การลงทุนหุ้น เหมือนคุณ ตกปลาใน แม่น้ำเจ้าพระยา  ส่วนการลงทุนใน Forex เปรียบกับการ ตกปลาในมหาสมุทร    การทำให้เกิดคลืน เปรียบเหมือนการปั่นหุ้น   จะเห็นได้ว่าการปั่นหุ้นในมหาสมุทร มันยากกว่า แม่น้ำเจ้าพระยาแน่นอน

    คุณกล้าที่จะออกทะเลหรือป่าว
    นั้นเป็นคำถามที่คุณต้องตอบให้ได้  เปรียบปลาเป็นเงิน ในทะเลมีปลา หลากหลายชนิดปลาบางชนิด หาได้ง่ายมาก แทบไม่ต้องใช้แรงอะไรก็จับได้ นักลงทุนบางกลุ่นก็ไม่สนใจปลาเหล่านั้น แต่สำหรับบางกลุ่ม มันมีค่าเพราะมันเป็นปลา(เงิน)

    Broker คืออะไร
    ผมเปรียบ Broker เป็นเรือหาปลา  เรือที่ดีต้องมีเพื่อทีสำหรับใส่ปลาและมีความปลอดภัยสูง Broker ที่ผมแนะนำ คือ Exness  เพราะเขา มีความน่าเชื่อถือระดับสากล ติดระดับโลกเลยก็ว่าได้ แบะเหมาะสำหรับ คนไทยที่สุด เพราะมีภาษาไทย และพนักงาน Support คนไทย และมีพื้นทีให้เราเก็บปลาได้มากกว่าที่อื่น 

    คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองเล่นได้ จนกว่าคุณพร้อมที่จะออกเรือไปกับเขา แน่นอน มีทั้งคนได้ปลาและไม่ได้ปลา มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์คุณว่าไหม

ไม่มีประสบการณ์ เรามีคลิปวีดีโอสอนให้ฟรี ศึกษาเรียนรู้ฟรี เปิดบัญชีหุ้นฟรี ไม่เสียเงินสักบาท อยู่ที่คุณแล้วล่ะว่าพร้อมที่จะรวยด้วยการเล่นหุ้นหรือยัง

 

  • รวยด้วยหุ้นง่ายๆ เริ่มก่อน รวยก่อน เหลือเชื่อ!! 500 บาทก็เล่นหุ้นได้ รวยด้วยหุ้นง่ายๆ วิธีเล่นหุ้น เริ่มต้นเล่นหุ้น มีคลิปวีดีโอสอนให้ฟรี เริ่มต้นสมัครฟรี มีโปรแกรม Demo ทดลองเล่นหุ้นกันได้ฟรีๆ  คลิกที่นี่เพื่อสมัคร exness

ฟ้าไม่เคยลิขิตให้ใครจน แต่คนต้องรู้จักลิขิตชีวิตตัวเอง
 

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

 
 
images
 

จะเริ่มเล่นหุ้นต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ต้องรู้อะไรบ้างในเบื้องต้น

คำกล่าวที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา” แม้เวลาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ก็ยังใช้ได้เสมอ แม้ในสนามรบทุนนิยมอย่างตลาดหุ้นก็เช่นกัน ถ้าเราเตรียมตัวเองให้พร้อม และมีการศึกษาตลาด ศึกษาตัวหุ้น รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดด้วย โอกาสที่เราจะทำกำไรจากการเล่นหุ้นก็มีมากขึ้นเช่นกันครับ

หุ้น

สรุปภาวะตลาดหุ้นประจำวันจากหน้าเวบ Settrade.com

การจะเริ่มเล่นหุ้นนั้นก่อนอื่น เราต้องรู้เรา หรือรู้ตัวเองก่อนครับว่า เราพร้อมแค่ไหน กับการที่จะเข้ามาทำกำไรในตลาดทุนแห่งนี้ (ส่วนรู้เขานั้นเราต้องไปวิเคราะห์กันในสภาพตลาดอีกทีว่าเหมาะสมกับการเล่นของเราหรือไม่ ต้องใช้เครื่องมือหรือการวิเคราะห์แบบไหนเข้าไปตรวจจับ ซึ่งจะเป็นในเชิงลึกแล้ว เราค่อยมาว่ากันทีหลัง ตอนนี้เรามาดูในเบื้องต้นกันก่อน)

สิ่งที่เราต้องรู้ตัวเราเองและต้องเตรียมในขั้นแรกๆ คือ เงินทุนและความรู้ โดยเฉพาะความรู้ถ้าเรามีไม่พอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนเงินรายได้ไปให้กับมือเก๋าๆ ในตลาดครับ

เล่นหุ้นต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่?

ในการลงทุน เงินทุนยิ่งมากก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่แนะนำว่าเริ่มต้นที่ 100,000 บาทก่อนก็ดีครับ เก็บความรู้เก็บประสบการณ์ไปก่อน ถ้าเก่งแล้วค่อยเพิ่มทุน ก็ยังไม่สายเกินไป

ที่จริงแล้วการจะใช้เงินทุนเท่าไหร่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับว่ารูปแบบการลงทุน ของเพื่อนๆ นักลงทุนเป็นแบบไหน  และลงทุนในหุ้นตัวไหน มีน้อยก็เริ่มจากลงทุนน้อยๆ ได้ แต่สำคัญที่ว่าเงินที่นำมาลงทุนในหุ้นนี้ ต้องเป็นเงินเย็น เงินที่เรากันไว้จากเงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันปกติแล้ว เป็นเงินที่เราไม่ได้จำเป็นต้องดึงกลับมาใช้ในเวลาอันใกล้นี้ เพราะอาจจะเกิดปัญหาที่ว่าเงินยังไม่ได้ออกดอกออกผลตามที่ควรจะเป็น กลับต้องดึงกลับมาใช้จ่ายซะแล้ว จะเสียประโยชน์ในระยะยาวเสียเปล่าๆ ครับ

ในการเล่นหุ้นต้องรู้อะไรบ้าง

  1. รู้ว่าสิ่งที่เราจะลงทุนคืออะไร มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร ซึ่งในที่นี้คือ หุ้น และอย่าลืมว่าราคาของหุ้นจะขึ้นจะลงได้ แท้จริงแล้วจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของธุรกิจนั้นๆ เป็นสำคัญ ไม่ใช่เกิดจากการทำราคาหุ้น ปั่นราคาหุ้น เพราะถึงจะทำราคาอย่างไร สุดท้ายแล้วราคาก็จะกลับมาเคลื่อนไหวตามผลการดำเนินงานของธุรกิจอยู่ดีแหละครับ ควรศึกษาไปให้ลึกถึงขั้นรู้ความเป็นมาของหุ้นแต่ล่ะตัวว่า เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ใครเป็นผู้บริหาร สัญญาอะไรไว้ทำได้ตามนั้นหรือไม่ มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีเป้าหมายในอนาคตอย่างไร อะไรเป็นจุดอ่อนจุดแข็งของธุรกิจนี้บ้าง เป็นต้น ถึงแม้ในตลาดหลักทรัพย์ในบ้านเราจะมีหุ้นอยู่ 500 กว่าตัว แต่ไม่จำเป็นต้องรู้หมดทุกตัวหรอกครับ เลือกหุ้นที่เราสนใจ และอยู่ในธุรกิจที่เราเข้าใจดี แล้วเข้าซื้อขายให้ถูกจังหวะก็เพียงพอแล้ว
  2. รู้ว่าตัวเราเองเหมาะกับการลงทุนแบบไหน เล่นสั้น กลาง หรือว่าลงทุนระยะยาว ชอบแบบเน้นตั้งรับกินปันผล หรือว่า ชอบเชิงรุกแบบแนววิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งการลงทุนแต่ละแบบ วิธีการแต่ล่ะแบบก็จะแตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อนๆ ก็ควรจะต้องรู้ตัวเองให้ได้ว่าเหมาะกับแบบไหน และทุกแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เช่นเล่นสั้นจะเห็นผลได้เร็วกว่า การเล่นระยะยาว แต่ก็ต้องใช้การตัดสินใจที่บ่อยครั้งกว่า และใช้เวลาในการติดตามราคามากกว่าการเล่นระยะยาวเป็นต้น ที่สำคัญต้องรู้ว่า เข้าซื้อวิธีไหนก็ขายออกด้วยวิธีนั้น ไม่ใช่ว่าตอนซื้อมาแบบนักลงทุนระยะสั้น แต่พอหุ้นไม่เป็นไปตามคาดก็ไม่ยอมตัดขาดทุน กลายเป็นนักลงทุนระยะยาวจำเป็นซะงั้น แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ
  3. รู้ว่าจะใช้เครื่องมือชนิดใด การวิเคราะห์แบบไหนมาเป็นตัวช่วยในการลงทุน หรือมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งหลักๆ แล้วจะมีอยู่สองแบบคือ
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน(Fundamental Analysis) ซึ่งก็ต้องติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท ดูบัญชีเป็น ดูงบการเงินเป็น ดูแนวโน้มการเติมโตของบริษัทนั้นๆ ได้ และเข้าซื้อเมื่อเห็นว่าราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ วิธีนี้ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะรู้จักกันในนาม VI การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investor) นักลงทุนระดับโลกที่ใช้แนวทางนี้ก็ได้แก่ Benjamin Graham, Warren Buffett,  Philip Fisher รวมถึง Peter Lynch เป็นต้น ส่วนในไทยเราก็มี อาจารย์ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, นพ.บำรุง ศรีงาน(หมอสามัญชน แห่ง ThaiVI.org) เป็นต้นครับ
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค(Technical Analysis) ซึ่งก็ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาของหุ้นนั้นๆ อ่านกราฟเป็น ใช้อินดิเคเตอร์เป็น เข้าใจแนวโน้มของราคา (Trends) เข้าใจรูปแบบของราคา (Patterns) เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อขายให้ถูกจังหวะ นักลงทุนระดับโลกที่ใช้แนวทางนี้ก็ได้แก่ George Soros, Jesse L. Livermore,  Ed Seykota เป็นต้น  ส่วนในไทยเราก็มี คุณลุงโฉลก(chaloke.com) คุณมัดเลย์ (mudleygroup.blogspot.com) คุณเด่นศรี (dsm.pantipmember.com) เป็นต้นครับ

มีทุน  มีความรู้พร้อมแล้ว ก็ไปเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ได้เลย หรืออาจจะเปิดไว้ก่อนแล้วค่อยไปหาความรู้ก็ได้ไม่ว่ากันครับ

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต้องทำอย่างไร

 

อย่างแรกเลยคือต้องเตรียมหลักฐานเหล่านี้ให้พร้อม

ถ้าไม่อยากเตรียมเอกสารให้ยุ่งยากแนะนำสมัครกับโบรกเกอร์ exness ครับ สมัครง่าย แค่นาทีเดียวก็เรียบร้อยครับ ไม่ต้องส่งเอกสารใดๆ เลย ฝากเงิน ถอนเงินสะดวก รวดเร็วมากๆขอบอก เล่นหุ้นทุนน้อย เล่นหุ้นด้วยเงิน 500 บาท สมัครexnessคลิกที่นี่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการ หรือหนังสือเดินทาง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบแจ้งรายการบัญชีธนาคารหรือสำเนาสมุดเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
  • แบบคำขอให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) (อันนี้หากเราต้องการให้โบรกเกอร์ตัดเงินจากบัญชีได้เลยก็กรอกไปได้เลยครับ แต่ถ้าต้องการโอนเงินเข้าเองไม่ต้องการให้หักอัตโนมัติก็ไม่ต้องกรอกตัวนี้ครับ)
  • ค่าอากรแสตมป์ 30 บาท

จากนั้นก็เลือกโบรกเกอร์ได้เลย เพื่อนสามารถดูรายชื่อโบรกเกอร์ได้ที่ http://www.settrade.com/C00_BeginnerRedirect.jsp?txtPage=beginnerZone/th/beginner-broker-list.html

หากทุนน้อยและต้องการเทรดบ่อยๆ ก็สามารถเลือก โบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ที่ตอนนี้มี บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กับ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ครับ

ตามลิ้งค์ด้านบนเพื่อนๆ สามารถกรอกข้อมูลสมัครทางออนไลน์ได้เลยครับแล้วเราก็ปริ้นออกมาเซนต์กำกับ หรือว่าโบรกเกอร์เขาจะส่งเอกสารมาให้กรอกทางไปรษณีอีกที อันนี้แล้วแต่โบรกเกอร์ หรือว่าถ้ามีสำนักงานโบรกเกอร์อยู่ใกล้บ้าน เพื่อนๆ สามารถโทรให้เขามาหาถึงบ้านพร้อมกับเอกสารการสมัครได้เลย โบรกเกอร์ต้องการลูกค้าใหม่ๆ อยู่แล้วเลยแข่งกันบริการเต็มที่

ส่วนระยะเวลาอนุมัติส่วนใหญ่จะประมาณ 7 วัน ถ้าเกินนี้โทรจิกไปเลย หรือไปตั้งกระทู้ที่ พันทิบ ห้อง สินทร (http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/) ก็ได้ รับรองได้เรื่อง

ต้องเปิดบัญชีประเภทไหน

มือใหม่ควรเปิดแบบ บัญชีเงินฝาก (Cash Balance Account) ซึ่งเราต้องฝากเงินเข้าไปมีเงินเท่าไหร่ซื้อหุ้นได้เท่านั้น เพิ่งเริ่มอย่าเพิ่งเปิดแบบบัญชีเงินกู้ยืม (Credit Balance Account) ไว้เราบริหารจัดการการเงิน (Money Management) ได้เก่งแล้วค่อยมาว่ากันอีกที

และแนะนำว่าให้เปิดบัญชีแบบเล่นหุ้นออนไลน์จะสะดวกมากๆ ครับ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์บ้านเราจะกำหนดวงเงินที่ต้องใช้เงินในการเปิดบัญชีออนไลน์ขั้นต่ำที่ประมาณ 5,000 ถึง 50,000 บาทครับ แล้วไม่ต้องกลัวว่าเงินของเราจะไปนอนนิ่งเฉยๆ ไม่ยอมทำงาน เพราะโบรกเกอร์เขาก็มีดอกเบี้ยเงินฝากให้ด้วยครับ

อย่าลืมนะครับก่อนเล่นหุ้นด้วยเงินจริง ความรู้เพื่อนๆ ต้องพร้อม เพราะในสนามแห่งนี้ต่อให้เพื่อนๆ มีเครื่องมือดีขนาดใหน สุดท้ายก็ต้องสู้กันด้วยความรู้และประสบการณ์อยู่ดีครับ

  1. อยากให้เพื่อนๆ ที่เล่นหวย หันมารวยด้วยการเล่นหุ้นกันเยอะๆ แต่ไม่ใช่ว่าเห็นตัวเลขราคาแล้วมาเล่นหวยหุ้นกันอีกนะ อันนั้นหนักกว่าเดิมอีก

ลงทุนหุ้นขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.krungsri.com

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

มีเงิน 500 บาทต่อเดือนลงทุนอะไรดี?

“เงินน้อยจะรวยได้ไหม?” เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้ ยิ่งคิดยิ่งปวดใจ รายได้ก็ไม่ได้มาก ชีวิตที่มีก็ลำบาก จะหาทางเลือกในการลงทุนได้จากไหน ยังไงดี?

บอกตรงๆแบบไม่แอ๊บกันเลยดีกว่า ถ้าหากจะลงทุน 500 บาทให้ได้ผลตอบแทนไวและเร็วนั้น ควรเอาเงินไปลงทุนทำมาหากิน ทำธุรกิจต่างๆ มากกว่ามาลงทุนในสินทรัพย์การเงิน เพราะเงินจำนวนน้อยนิดแบบนี้ กว่าจะโตเต็มที่ต้องใช้เวลานานกันเลยทีเดียว เช่น ถ้าจะลงทุนให้มีเงิน 1 ล้านบาท ก็ต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนกว่า 10% ต่อปี และมีระยะเวลาอย่างน้อย 30 ปีขึ้นไป เงินถึงจะทำงานให้เรารู้สึกว่าร่ำรวยได้

แต่ประเด็นที่จะนำเสนอในตอนนี้ ไม่ใช่การลงทุนเพื่อความร่ำรวย แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างวินัย และนิสัยของคนรวยที่รู้จักออมและลงทุนมากกว่า ดังนั้นสิ่งที่อยากแนะนำให้เริ่มต้นนั้น มีอยู่ 3 วิธีการดังนี้

Print

 

1. ฝากประจำปลอดภาษี ฝากเงินขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน (บางธนาคารเท่านั้น) เพื่อที่จะสร้างวินัยในการออมเงินอย่างน้อย 24 เดือนติดต่อกัน เรายังสามารถเริ่มต้นโดยการตัดบัญชีธนาคารทุกเดือนเพื่อโอนเข้าบัญชีนี้ได้ นอกจากนั้นบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษียังมีข้อดีตรงที่ไม่ต้องเสียภาษีเหมือนเงินฝากธนาคารแบบทั่วๆไปอีกด้วย

2. สลากออมสิน สลากธกส. อีกหนึ่งทางที่สร้างการลงทุน แถมได้เสี่ยงโชคมาอีกหน่อย เหมาะสำหรับคนที่ชอบลุ้นโชคทุกเดือน แต่ข้อดีกว่าการลุ้นโชคหวยหรือสลากกินแบ่ง ตรงที่เงินต้นไม่หาย และไม่ต้องอายเวลาซื้อแล้วไม่ถูก ซึ่งตรงนี้สามารถทยอยซื้อสะสมได้ทุกๆเดือนเช่นเดียวกัน

สำหรับสลากออมสินนั้น สามารถซื้อผานแอพในโทรศัพท์มือได้ด้วย เรียกว่า Digital Salak (แต่ต้องซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาทนะ อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นสองเดือนซื้อทีหนึ่ง)

3. กองทุนรวม สำหรับคนที่เข้าใจการลงทุนขึ้นมาหน่อย กองทุนรวมอาจจะเป็นอีกทางหนึ่งที่สร้างผลตอบแทนได้มากขึ้นตามความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ และสะดวกสบายในการบริหารจัดการลงทุนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งกองทุนรวมทุกวันนี้มีบางกองทุนเริ่มต้นลงทุนได้เพียงแค่ 1 บาทเท่านั้น (ถ้าหากใจคุณกล้าพอ)

ในปัจจุบันกองทุนรวมล้วนมีทางเลือกมากมายให้เลือกลงทุน ตั้งแต่กองทุนที่ความเสี่ยงต่ำอย่างกองทุนตลาดเงินไปจนถึงกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงอย่างกองทุนหุ้น โดยตรงนี้เราก็เลือกได้ตามความเหมาะสมของชีวิตได้แบบง่ายๆ แต่อย่าลืมว่าให้เลือกกองทุนที่ลงทุนแล้วสบายใจด้วยนะ

เห็นไหมว่า จริงๆแล้วการลงทุนนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่มีเงิน เอ้ย เพียงแค่มีวินัยและใส่ใจหาความรู้ ไม่ว่าจะเงินน้อยแค่ไหนก็สามารถเริ่มต้นได้ หลายคนชอบคิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องของคนรวย แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ต้องเข้าใจก็คือ คนรวยทุกคนต่างหากที่เริ่มต้นลงทุน และถ้าหากเราเริ่มต้นลงทุนเองเป็นเมื่อไร นั่นก็แปลว่าเราเข้าใกล้ความรวยมากขึ้นนั่นเอง

สุดท้ายแล้ว หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนมีทางเลือกการลงทุนที่ถูกใจ สร้างวินัยได้อย่างสม่ำเสมอ และเริ่มต้นลงทุนได้อย่างสบายใจ เพราะการมีวินัยในการลงทุนมัน #ดีต่อใจ ของเราทุกคนจริงๆ

หมายเหตุ : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาความรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย จากการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

 
images

 

เล่นหุ้นยังไงให้ได้เงินทุกวัน

“ เล่นหุ้นยังไงให้ได้เงินทุกวัน ” เป็นคำถามยอดฮิตของคนเล่นหุ้นที่หลายต่อหลายคนต่างก็ต้องการคำตอบ อยากทราบว่ามีวิธีการใดที่จะเล่นหุ้นให้ได้เงินทุกวันบ้างหรือไม่ แม้จะมากจะน้อยหากได้เงินทุกวันจากตลาดหุ้น วันละ 500-1,000 บาท เป็นสิ่งที่สามารถทำได้หรือไม่

อย่างที่ทราบกันดีว่า หุ้นเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง โดยความเสี่ยงถือว่าอยู่ในระดับที่สูงพอสมควร เทียบกับเงินฝากธนาคาร สลากออมสิน พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ฯลฯ ราคาของหุ้นแต่ละตัวในแต่ละวัน มีความผันผวนค่อนข้างมาก ดังนั้นก่อนจะก้าวเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหุ้นและตลาดหุ้นให้รอบด้าน ไม่ใช่เริ่มลงทุนในหุ้นโดยที่ไม่มีความรู้อะไรเลย ฟังแต่หุ้นเด่นหุ้นแนะนำจากมาร์เก็ตติ้งหรือคนรอบข้าง ไม่ได้มีความรู้ด้วยตัวเองแบบนี้ ถือว่าเสี่ยงมาก เงินลงทุนของคุณอาจสูญโดยที่ไม่รู้ตัว อย่าหวังแต่ว่าจะกำไรเลย

shutterstock_197310929

  • การลงทุนในหุ้นมีหลายแนวทาง บางคนชอบลงทุนแบบระยะยาว คือ ซื้อแล้วทิ้งไว้นาน ๆ ไม่ต้องสนใจมัน

อาจหวังเงินปันผลจากหุ้นปันผลนั้นด้วยก็ได้ การลงทุนแบบนี้ต้องศึกษาหุ้นตัวที่เราสนใจในเชิงลึกอย่างละเอียด ควรเลือกหุ้นตัวที่ใหญ่พอสมควร มีความมั่นคง ทำธุรกิจประเภทที่ไม่มีความเสี่ยง หากเป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ได้ยิ่งดี คู่แข่งน้อย กำไรจะเยอะหรือน้อยไม่เป็นไร แต่ยอดขายต้องมาก และมีสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน แบบนี้ถือว่าเป็นหุ้นมั่นคง ให้ซื้อหุ้นประเภทนี้ในช่วงที่ราคาต่ำลงมา ทยอยซื้อก็ได้หากเราไม่มั่นใจว่าราคาจะลงอีกหรือไม่ แบ่งซื้อเป็นทีละ 10-20% ของงบที่เราตั้งไว้ แล้วถือทิ้งยาว หากหุ้นไม่มีการเปลี่ยนพื้นฐานที่เป็นสาระสำคัญ ถือยาวก็จะได้กำไรมาก กรณีนี้เงินลงทุนต้องเป็นเงินเย็น หากอยากได้เงินปันผลในระหว่างที่ลงทุนด้วย ก็ให้เลือกหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ ก็จะเหมาะกับการลงทุนที่ต้องการเงินปันผลระหว่างทางมาใช้จ่าย แต่หุ้นปันผลราคาอาจจะไม่ได้เติบโตเท่ากับหุ้นดีที่ไม่ได้จ่ายปันผลสูง เพราะเงินปันผลที่ไม่ได้จ่ายออกมา บริษัทฯ จะนำไปใช้ในการพัฒนาบริษัทให้เติบโตต่อไปและจะสะท้อนออกมาที่ราคาหุ้นในระยะยาว

มีนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในการเลือกหุ้นที่ให้ผลตอบแทนให้ระยะยาวได้มากเป็นหลายเท่า ยกตัวอย่าง การลงทุนในหุ้น SCC เมื่อ 31 ปี ที่แล้วซื้อไว้แค่ 100 หุ้น ภายหลังมีการแตกพาร์ (การแตกพาร์ทำให้ราคาต่อหุ้นลดลง จำนวนหุ้นมากขึ้น เงินลงทุนเท่าเดิม) ได้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นก็ค่อย ๆ ทะยานขึ้นไปซึ่งเป็นผลมาจากบริษัทฯ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถทำกำไรได้ในระยะยาว จนปัจจุบันไม่นับเงินปันผล เงินลงทุนในหุ้น SCC ก็มีกำไรเป็นหลายร้อยเท่า หากคิดเป็นรายวันที่ลงทุนตลอดมาก็ถือว่าได้เงินทุกวันแน่ ๆ

  • กรณีลงทุนในหุ้นปันผล

หากคิดว่าอยากได้เงินจากตลาดหุ้นทุกวัน อยากได้วันละเท่าไหร่ก็สามารถคำนวณได้ เช่น หากอยากได้เงินจากหุ้นวันละ 500 บาท ก็ให้เลือกซื้อหุ้นปันผลที่จ่ายปันผลในอัตราเฉลี่ย 6% ต่อปี โดยลงทุนด้วยเงินต้นประมาณ 3 ล้านบาท อาจเฉลี่ยซื้อหุ้นปันผลหลายตัวก็ได้ เพียงเท่านี้ก็เหมือนกับเราทำเงินจากตลาดหุ้นได้วันละ 500 บาทแล้ว

  • อีกแนวทางเป็นแนวทางการเล่นหุ้นในระยะสั้น

ซื้อมาขายไปทำกำไรช่วงสั้น ๆ อาจเป็นรายเดือน หรือบางทีเป็นรายวันก็มี ซื้อเช้าขายบ่าย ซื้อบ่ายขายเช้า แบบนี้ก็มี สำหรับกรณีนี้เราก็ต้องหาหุ้นตัวที่เราสนใจ ให้เวลาในการศึกษาพื้นฐานของหุ้นด้วย และที่สำคัญต้องพิจารณาดูแพทเทิร์นของราคาหุ้นรายวันหรือรายชั่วโมงในช่วงที่ผ่านมาอย่างละเอียด หากเราขยันและโชคดีเราอาจเจอหุ้นบางตัวที่มีแพทเทิร์น เช่น หุ้นบางตัวในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจราคาแผ่วลงช่วงท้ายตลาดตอน 4 โมงเย็น แล้วราคาจะสูงขึ้นในช่วง 15-30 นาทีแรกของการเปิดตลาดในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น หากเราเจอหุ้นลักษณะนี้ เราก็อาจทำกำไรได้ โดยตั้งรับไว้ที่ราคาต่ำในช่วงก่อนปิดตลาด และรีบขายทำกำไรในช่วงเช้า แต่ต้องมีวินัยคือต้องขายภายในไม่เกิน 30 นาที ของช่วงที่ตลาดเปิด แม้กำไรจะไม่มากเท่าที่คาดหวังไว้ อย่ารอเพราะถ้าพ้นช่วงเวลาดังกล่าว ราคาหุ้นอาจแผ่วลงมาก็ได้ ทำให้เราติดหุ้นในที่สุด สำหรับการเล่นหุ้นแบบนี้ต้องมีการตั้งจุดขาดทุนหรือ stop loss ไว้ด้วย อาจเป็นที่ 1-2% ในกรณีที่ราคาหุ้นไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดไว้ ความไม่แน่นอนในตลาดหุ้นสูงมาก หากเช้ามาราคาไม่สูงขึ้นแต่กลับลงก็ให้ขายทิ้งในขณะที่ขาดทุนยังไม่มาก เพื่อจะได้มีเงินทุนเหลือที่จะไปลงทุนในหุ้นตัวอื่นต่อไป ไม่ต้องติดอยู่ในหุ้นตัวนี้

  • บางคนที่เล่นหุ้นรายวันหรือที่เรียกว่า Day trade นั้น

อาจใช้เทคนิคเรื่องกราฟเข้ามาช่วยก็ได้ เพราะเป็นอีกแนวทางของการเล่นหุ้นที่มีหลักการใช้สถิติของตลาดหุ้นและหุ้นรายตัวมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดอนาคตราคาที่เป็นไปได้ของหุ้นตัวนั้น ๆ แม้จะไม่ 100% แต่ก็มีคนทำกำไรช่วงสั้น ๆ จากการเล่นหุ้นจากกราฟได้ไม่น้อยเลย โดยเลือกตัวชี้วัดหรืออินดิเคเตอร์ที่เข้าใจง่ายในการเริ่มต้นดู และค่อย ๆ ศึกษาไป โดยเริ่มลงทุนแต่เพียงน้อย ๆ ก่อน หากมีความมั่นใจมากขึ้นก็สามารถลงทุนในจำนวนที่มากขึ้นได้ แต่การซื้อขายหุ้นต้องอย่าลืมเรื่องการจัดงานเงินลงทุน หรือ money management ให้ดี ต้องอย่าปล่อยให้เงินลงทุนจม ปล่อยให้ขาดทุนจนไม่อยากขาย ต้องตั้งจุด stop loss ทุกครั้ง หากการตัดสินใจของเราผิดพลาด ราคาหุ้นไม่ได้เป็นไปในทางที่เราคาดหวังหรือวิเคราะห์ไว้

อยากให้นักลงทุนทุกคนอย่าลืมข้อสำคัญว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโดยเฉพาะในตลาดหุ้นซึ่งมีความผันผวนมาก เป็นที่สร้างคนให้รวยได้ และก็เกือบหมดตัวได้เหมือนกัน อย่าเล่นหุ้นให้เหมือนเล่นการพนันแต่ต้องเล่นให้เหมือนการลงทุน โดยศึกษาหาความรู้ให้มากที่สุด มีการวางแผนและมีวินัยในการลงทุน เพียงเท่านี้การทำเงินจากตลาดหุ้นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้แน่นอน

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง  

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท  

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย 

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

images

มือใหม่หัดเล่นหุ้นกับการเปิดบัญชีหุ้น

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเล่นหุ้น แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี วันนี้ เรามีคำแนะนำเบื้องต้นมาฝากกันครับ

มาทำความรู้จัก “การเล่นหุ้น” กันก่อน

การเล่นหุ้น หรือการลงทุนในหุ้น คือ การซื้อหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อขายหุ้นนั้นมีอยู่ด้วยกันสองตลาด คือ ตลาดแรก และตลาดรอง การซื้อขายในตลาดแรก หรือการซื้อขายหุ้น IPO (Initial Public Offering) เกิดจากการที่บริษัทต้องการระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อขยายกิจการ โดยราคาหุ้นจะถูกกำหนดไว้ให้นักลงทุนมาจับจอง ในการซื้อหุ้น IPO นั้นจะต้องจองซื้อผ่านผู้จัดจำหน่ายเท่านั้น เช่น บริษัทหลักทรัพย์ หรือตัวแทนจำหน่ายหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์แต่งตั้ง ส่วนการซื้อขายหุ้นหลังจากนั้น จะเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดรอง ซึ่งเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ นั่นเอง ราคาของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงตามผลการดำเนินการของบริษัท และสภาวะตลาดตามหลักของ demand supply ครับ

ผลตอบแทน

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั้น โดยหลัก ๆ แล้ว มี 2 ประการ อันดับแรก คือ Capital Gain หรือกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่เราซื้อมากับราคาที่เราขายไป ส่วนที่สอง คือ เงินปันผล (Dividend) หรือเงินส่วนแบ่งผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในระหว่างปีที่นำมาจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้น

เล่นหุ้นมีความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นอาจมองได้เป็น 2 ส่วนเช่นกัน คือ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน และความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน เกิดจากตัวบริษัทเอง เช่น การดำเนินการของบริษัท หรือคณะผู้บริหาร ส่วนความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกมีได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม อัตราแลกเปลี่ยนเงินกรณีเป็นบริษัทที่มีธุรกรรมกับต่างประเทศ หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อธุรกิจ เช่น น้ำท่วม พายุ ความกดดันทางการเมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อราคาหุ้น

นักลงทุนมีหลายประเภท

ด้วยปัจจัยความเสี่ยงที่กล่าวมานี้ ทำให้นักลงทุนต้องมีการคัดสรรหาหุ้นที่ดี โดยแนวทางในการเลือกหุ้นนั้นมีอยู่หลายกลุ่ม เช่น นักลงทุนสาย Fundamentals คือ กลุ่มที่เลือกซื้อหุ้นโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานบริษัท ให้ความสำคัญกับการอ่านงบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด รอจังหวะเข้าซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม แล้วรอขายเมื่อราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริง โดยระหว่างทางก็เก็บเงินปันผลไปเรื่อย ๆ ส่วนนักลงทุนสาย Technical Analysis จะเน้นดูกราฟราคาย้อนหลัง ร่วมกับเครื่องมือในการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เพื่อหาสัญญานในการเข้าซื้อ และจุดขายทำกำไร ส่วนเราจะเป็นนักลงทุนสายไหนนั้น ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การลงทุน และนิสัยส่วนบุคคลครับ

เปิดบัญชีหุ้น

ในการเทรดหุ้น หรือซื้อขายหุ้นนั้น เราต้องเปิดบัญชีหุ้นกับโบรกเกอร์ หรือที่เรียกกันว่า เปิดพอร์ต นั่นเอง โบรกเกอร์ คือ บริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่รับคำสั่งซื้อขายหุ้นจากผู้ลงทุน แล้วส่งไปเข้าระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้จับคู่คำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ ชำระเงินค่าซื้อหุ้น และนำหุ้นเข้าบัญชีของผู้ลงทุน โดยบัญชีหุ้นนั้น มีสามประเภท คือ

1

บัญชีวางเงินล่วงหน้า หรือ Cash Balance บัญชีนี้เป็นแบบตรงไปตรงมา มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ เราก็สามารถซื้อหุ้นได้จำนวนเท่านั้น โบรกเกอร์จะหักเงินจากบัญชีในวันที่ 3 หลังจากวันที่คำสั่งซื้อได้รับการยืนยันโดยไม่นับวันหยุด (T+3) เช่นเดียวกันกับการขาย บริษัทจะโอนเงินเข้าบัญชีด้วยระยะเวลา T+3 เช่นกันครับ ยกตัวอย่างเช่น เราสั่งซื้อหุ้น A ในวันศุกร์ เงินค่าซื้อหุ้นจะถูกตัดออกจากบัญชีในวันพุธในสัปดาห์ถัดไปครับ

2

บัญชีเงินสด หรือ Cash Account ในวันที่ส่งคำสั่งซื้อ เราต้องมีเงินหรือหุ้นในบัญชีเป็นมูลค่า 20% ของหุ้นที่ต้องการจะซื้อ ซึ่งต่างกับ Cash balance ที่ต้องมีเงินสดเท่ากับมูลค่าที่ต้องการซื้อ โดยนักลงทุนต้องโอนเงินซื้อภายใน 3 วันหลังจากคำสั่งซื้อได้รับการยืนยัน ส่วนในกรณีการขาย นักลงทุนจะได้รับเงิน T+3 เช่นเดียวกับ Cash balance ครับ

3

บัญชีกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ Credit Balance Account หรือบัญชีมาร์จิ้น เป็นบัญชีสำหรับผู้ที่ต้องการมีอำนาจซื้อหุ้นมากกว่าเงินที่ตัวเองมีอยู่ โดยใช้เงินหรือหลักทรัพย์ของตัวเองส่วนหนึ่งมาวางเป็นหลักประกัน โดยนักลงทุนต้องเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินส่วนที่กู้ยืมด้วยนะครับ

เนื่องจาก บัญชี credit balance นั้นมีรายละเอียดและกฎระเบียบเกี่ยวกับการวางเงินหลักประกันที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มอีกมาก ดังนั้น เพื่อนนักลงทุนมือใหม่ แนะนำให้เปิดบัญชี Cash Balance หรือ Cash Account ก่อนครับ ส่วนรายละเอียดของบัญชีข้างต้นอาจมีข้อแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ เราควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งครับ นอกจากนี้เพื่อความสะดวกในการซื้อขายหุ้น รวมถึงการรับเงินบัญชี เราสามารถผูกบัญชีหุ้นเข้ากับบัญชีธนาคาร เพื่อให้โบรกเกอร์หักเงินออก (กรณีซื้อหุ้น) หรือโอนเงินเข้า (กรณีขายหุ้น และการรับเงินปันผล) บัญชีธนาคารของเราได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการโอน หรือที่เรียกว่า ระบบบัญชี ATS – Automatic Transfer System ครับ

ซื้อขายหุ้นออนไลน์

เมื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแล้ว โบรกเกอร์จะแนะนำให้เปิดใช้บริการทาง internet เพื่อใช้ซื้อขายหุ้นได้ด้วยตัวเอง บางโบรกเกอร์อาจจะมีโปรแกรมเป็นของตัวเอง หรือหลายโบรกเกอร์จะให้ account เพื่อเข้าใช้โปรแกรม StreamingPro หรือ eFinance ซึ่งโดยทั่วไปโปรแกรมเหล่านี้จะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับหุ้น เช่น ข่าว ราคาหุ้นแบบ real time กราฟ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค ข้อมูลพื้นฐานบริษัทจดทะเบียน เช่น งบการเงิน ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท บ้างมีบทวิเคราะห์จากทางหลักทรัพย์ โดยทั้งหมดนี้เพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนในการตัดสินใจคัดกรองหุ้น เพื่อซื้อเข้าพอร์ตนั่นเองครับ

ซื้อขายผ่านนายหน้า

นอกเหนือจากการส่งคำสั่งซื้อขายด้วยตัวเองผ่านทาง internet แล้ว เรายังสามารถซื้อขายผ่าน Marketing หรือนายหน้าของโบรกเกอร์ได้เช่นกัน ข้อดีของการติดต่อ Marketing คือ Marketing มักจะมีข้อมูลหุ้นมาคอยให้คำแนะนำ รวมถึงโอกาสผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลจะน้อยกว่า แต่การซื้อขายผ่าน Marketing นั้นจะมีค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่สูงกว่าค่าธรรมเนียมของการเทรดผ่าน internet ด้วยตัวเอง ค่าคอมมิชชัน หรือค่าธรรมเนียมการซื้อขายนั้น มีราคาที่แตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ นี่คือหนึ่งในข้อควรพิจารณาการเลือกโบรกเกอร์ ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความน่าเชื่อถือและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) การให้บริการ ความเสถียรของระบบซื้อขาย และการให้ข้อมูลวิเคราะห์ครับ

เมื่อบัญชี และเครื่องมือพร้อมแล้ว อย่าลืม เตรียมตัวให้พร้อมโดยการเพิ่มเติมความรู้สำหรับการลงทุนอยู่เสมอ เพราะความรู้จะทำให้มือใหม่ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพครับ

อยากรวย ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้ ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวยการเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิดเล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images