ตลาดอิเลคทรอนิคส์ในญี่ปุ่นเริ่มรับ Bitcoin เป็นช่องทางการชำระเงินแล้ว

ย่านอากิบาฮาระในกรุงโตเกียวของประเทศญี่ปุ่น หรือย่านที่หลายๆคนรู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งขายอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ในประเทศญี่ปุ่นนั้นได้มีรายงานว่าหลายๆร้านในย่านนั้นเริ่มเปิดรับ Bitcoin เป็นหนึ่งในช่องทางการชำระเงินแล้ว

อากิบาฮาระคืออะไร

อธิบายแบบยกตัวอย่างง่ายๆคือเป็นแหล่งที่มี “ตึกพันทิปประตูน้ำ” หลายๆตึกเรียงกันในย่านนั้น ที่ขายตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องใช้อิเลคทรอนิคส์ ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องถ่ายรูป, เกมคอนโซล ไปจนถึงตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องดูดฝุ่น และอีกหลายๆอย่างนับไม่ถ้วน ย่านดดังกล่าวนี้ยังเป็นที่นิยมของหมู่เกมเมอร์และแฟนๆของการ์ตูนอนิเมะอีกด้วย
ปัจจุบันย่านอากิบาฮาระนั้นมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าไปแวะเวียนเยี่ยมชมและซื้อสินค้าติดมือกลับบ้านมากมาย แต่ก่อนหน้านี้ย่านดังกล่าวยังรับแค่สกุลเงินเยนเป็นช่องทางในการชำระเงิน จนกระทั่งมาตอนนี้หลายๆร้านในย่านดังกล่าวนั้นเริ่มที่จะรับ Bitcoin สำหรับการชำระเงินแล้วตามที่หลายๆคนคาดการณ์ไว้ แม้ว่าจะยังเป็นส่วนน้อยของทั้งหมดอยู่ก็ตาม

ทำไมมันจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

หลายๆคนอาจจะรู้จักร้านขายอุปกรณ์ยักษ์ใหญ่อย่าง BIC Camera เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนไทยที่ไปเที่ยวโตเกียวบ่อยๆ โดยห้างร้านดังกล่าวนี้เพิ่งจะได้ทำการเปิดตัวในย่านอากิบาฮาระเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และรับ Bitcoin เป็นช่องทางการรับชำระสินค้าในทันทีที่เปิดตัว โดยใช้บริการ payment gateway ของ Bitflyer นอกจากนี้ยังมีร้านอื่นๆที่เป็น early adopter ปรับตัวรับ Bitcoin เร็วไม่แพ้ BIC Camera ซึ่งก็คือร้าน Ark Computer Store ที่รับ Bitcoin รวมทั้ง Monacoin เช่นกัน

ส่วนร้านค้าปลีกทั่วๆไปก็มีอัตราการรับ Bitcoin สูงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อต้นสัปดาห์นี้มีร้าน Recruitment Lifestyle หรือร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ที่มีการคอนเฟิร์มแล้วว่าแอพสำหรับชอปปิง (Point of Sale) ที่สามารถใช้ Bitcoin ได้ ได้ถูกพัฒนาเสร็จและพร้อมที่จะใช้งานในร้านราวๆ 260,000 ร้านแล้ว
การปรับตัวใช้ Bitcoin เพื่อชำระสินค้าในประเทศญี่ปุ่นนั้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยร้านที่ปรับตัวรับ Bitcoin ไม่ได้มีเพียงแค่ร้านขายอุปกรณ์เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจจัดการอสังหาริมทรัพย์อย่าง Dualtrap ในย่านอากิบาฮาระที่รับ Bitcoin ผ่านบริการของ Coincheck เช่นเดียวกัน
นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารอื่นๆในย่านอากิบาฮาระอย่างเช่น Au Tokyoite ที่ขายอาหารสวิสเซอร์แลนด์และรับ Bitcoin เช่นกัน
ที่มา https://siamblockchain.com
ฟ้าไม่เคยลิขิตให้ใครจน แต่คนต้องรู้จักลิขิตชีวิตตัวเอง
 

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

 
 
images
 

Exness ประกาศการเปิดบริการการซื้อขาย BTCUSD แล้ว

Exness มีความตื่นเต้นที่จะประกาศให้ทุกทราบถึงการเปิดตัวการซื้อขาย BTC/USD ที่ Exness โดยลูกค้าจะสามารถซื้อขายด้วยสกุลเงินดิจิตอลได้โดยตรง ผ่านแพลตฟอร์ม MT4


 
โบรกเกอร์ Exness มีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอเงื่อนไขการซื้อขายที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมการซื้อขาย Bitcoin ได้แก่สเปรดที่ต่ำเป็นพิเศษระหว่าง 2–4 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับบัญชี Classic และ 4–7 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับบัญชี Mini เลเวอรเรจที่สูง การซื้อขายช่วงวันสุดสัปดาห์ (วันเสาร์-อาทิตย์ ก็เทรดได้ไม่มีวันหยุด)และการเสนอราคา Bitcoin ที่ดีที่สุดในตลาดจากกลุ่มผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน Bitcoin ระดับชั้นนำ

 

เงื่อนไขเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุงเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ พร้อมกับเลเวอเรจที่เพิ่มไปที่ระดับ 1:20 ในหลายสัปดาห์ต่อจากนี้ไป และไปอยู่ที่ระดับ 1:50 หลังจากวันที่ 15 พฤศจิกายน และกรอบเวลาการรักษาสภาพ[*] จะเริ่มลดลงอีกสองชั่วโมง จากปัจจุบันอยู่ที่ระหว่างช่วงเวลา 7–11 am GMT ของวันเสาร์และวันอาทิตย์ จะเปลี่ยนช่วงเวลาการรักษาสภาพเป็น 7–9 am GMT ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ นอกจากนี้ สำหรับการเทรด BTCUSD หุ้นส่วนของเรายังสามารถได้รับรางวัลตามเงื่อนไขของหุ้นส่วนเช่นเดียวกับการซื้อขายตราสารรายการอื่นๆ ของ Exness
 
คุณสามารถดูคำอธิบายอย่างละเอียดของชื่อย่อการซื้อขายนี้ได้จากหน้ากำหนดเฉพาะของสัญญาของเรา และดูใน MT4 ของคุณโดย

 

การเปิดใช้งานการซื้อขาย

BTCUSD ซึ่งอยู่ในโฟลเดอร์ Crypto (เงินดิจิตอล) ของเมนู Symbols (ชื่อย่อ)
 
เงื่อนไขการซื้อขาย Bitcoin ที่ยอดเยี่ยมของ Exnessมอบสิ่งที่คุ้มค่าต่อการรอคอย และเราสามารถรับประกันกับคุณได้ว่าเงื่อนไขเหล่านั้นจะมีการปรับปรุงที่ดียิ่งขึ้นไปอีกแน่นอน

ฟ้าไม่เคยลิขิตให้ใครจน แต่คนต้องรู้จักลิขิตชีวิตตัวเอง
 

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้นไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

 
 
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

วีดีโอสอนวีดีโอสอนเทรดforex เริ่มต้น บทที่ 1

คิดจะเทรด Forex ต้องรู้เรื่อง 3 เทคนิคการอ่าน “แนวรับ-แนวต้าน” ให้แม่นด้วย Price Action

คิดจะเทรด Forex ต้องรู้เรื่อง 3 เทคนิคการอ่าน “แนวรับ-แนวต้าน” ให้แม่นด้วย Price Action

แนวรับ-แนวต้าน รู้ไปช่วยให้เราได้กำไรหรอ ? 

ผมเชื่อว่าทุกท่านต้องเคยได้ยินคำว่า “แนวรับ-แนวต้าน” กันมาแล้ว เพราะ ในข่าวการเงินที่รายงานเกี่ยวกับตลาดหุ้น หรือ ตลาดต่างประเทศ ที่มีนักวิเคราะห์ออกมาวิเคราะห์ตลาดจะพูดถึง แนวรับ-แนวต้าน เสมอ หรือไม่ ก็ต้องเคยอ่านเจอในหนังสือการวิเคราะห์ทางเทคนิคกันมาบ้าง สงสัยกันไหมครับว่ารู้ไปทำไม ? รู้ไปแล้วเราได้กำไรหรอ ? ผมขอบอกตรงนี้เลยครับว่า…ใช่ครับ!! รู้แล้วได้กำไร 

ผมกล้าบอกเลยว่า ถ้า Price Action Trader อย่างเรา ๆ ไม่รู้จัก แนวรับ-แนวต้าน ไม่มีทางเทรดได้กำไรแน่นอน จริง ๆ ต้องบอกว่า ต้องไม่ใช่แค่รู้เท่านั้นครับ แต่ต้องใช้อย่างโชกโชนกันเลยทีเดียว!! เพราะอะไรรู้ไหมครับ…เพราะ แนวรับ-แนวต้าน นี่แหละ ตัวเพิ่มความแม่นชั้นดี ให้กับ Price Action Signal ของเราเลย แถมยังเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายเรื่อง Trend อีกด้วย เพราะ Trend จะอยู่ หรือ Trend จะไป ขึ้นกับราคาที่ Action กับ แนวรับ-แนวต้านนี่แหละ!! เห็นแบบนี้พอจะรู้หรือยังครับ ทำไมมันถึงสำคัญนัก ถ้างั้นเราไปดู 3 เทคนิคการอ่าน “แนวรับ-แนวต้าน” ให้แม่นด้วย Price Action กันครับ

ก่อนจะไปพบกับ 3 เทคนิคการอ่านแนวรับ-แนวต้าน หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถ Comment บอกความรู้สึก หรือ สิ่งที่ได้รับจากบทความ หรือ Share ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านสิ่งดี ๆ ที่คุณอ่าน ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ 

เทคนิคที่ 1 : รู้จัก Swing High/Swing Low

  • Swing High คือ จุดที่ราคาขึ้นสูงสุดในช่วงเวลานั้น ส่วน Swing Low ก็คือ จุดที่ราคาลงต่ำสุดในช่วงเวลานั้น
  • Swing High กับ Swing Low จะเรียกย่อ ๆ ว่า High กับ Low ก็ได้ (คนละอย่างกับ High และ Low ในกราฟแท่งเทียน)
  • Swing High และ Swing Low จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อ มีแท่งเทียนประกอบกันหลาย ๆ แท่ง (มากกว่า 3 แท่ง)
  • ทำไมจุดเหล่านี้จึงเกิดขึ้น ? ในขาขึ้น ผู้คนในตลาดเห็นว่าราคาขึ้นมาในจุดที่ควรขายแล้ว จึงขายออก ทำให้ราคาที่ก่อนหน้าวิ่งขึ้นมาเรื่อย ๆ วิ่งต่ำลง ในขาลง ลักษณะการเกิดจะเหมือนกัน ต่างกันที่เป็นแรงซื้อ (ดูรูปด้านล่างประกอบ)swing-high-swing-low
  • แนวโน้มเกิดจาก Swing High และ Swing Low มาประกอบกัน และที่สำคัญ แนวรับ-แนวต้าน ก็เกิดจากจุด 2 จุดนี้ด้วย
  • วิธีดูแนวรับ : ให้ดูที่ราคาล่าสุดแล้วมองย้อนกลับไป ถ้าเจอ Swing Low ก่อนหน้า Swing Low นี้จะเท่ากับ แนวรับ
  • แนวรับเป็นจุดที่ผู้คนเห็นว่าราคาไม่ควรลงไปมากกว่านี้ จึงทำการซื้อพยุงไว้เป็นจุดที่มี Demand เข้ามา เพื่อพยุงราคาไม่ให้ต่ำลงจากราคาที่พวกเขาคิดไว้
  • ดังนั้น จะเห็นว่า พอราคาวิ่งต่ำลงมาที่แนวรับ ราคามักจะเด้งกลับขึ้นมาเสมอ เราเรียก พฤติกรรมนี้ว่า “ราคาไม่หลุดแนวรับ” หรือ “แนวรับ รับอยู่” (Support Hold)
  • วิธีดูแนวต้าน : ให้ดูที่ราคาล่าสุดแล้วมองย้อนกลับไป ถ้าเจอ Swing High ก่อนหน้า Swing High นี้จะเท่ากับ แนวต้าน
  • แนวต้านเป็นจุดที่ผู้คนเห็นว่าราคาไม่ควรขึ้นไปมากกว่านี้ จึงทำการขายกดเอาไว้ เป็นจุดที่มี Supply เข้ามา เพื่อกดราคาไม่ให้สูงขึ้นจากราคาที่พวกเขาคิดไว้
  • ดังนั้น จะเห็นว่า พอราคาวิ่งสูงขึ้นมาที่แนวต้าน ราคามักจะเด้งกลับลงมาเสมอ เราเรียก พฤติกรรมนี้ว่า “ราคาไม่ผ่านแนวต้าน” หรือ “แนวต้าน ต้านอยู่” (Resistance Hold)
  • เพื่อให้เห็นภาพ แนวรับ-แนวต้าน ชัดเจน ดูรูปด้านล่างประกอบ

support-resistance

  • ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นหลักการหา แนวรับ-แนวต้าน เบื้องต้น ในสถานการณ์จริง ราคาสามารถวิ่งทะลุแนวต้าน หรือ วิ่งหลุดแนวรับได้ทุกเมื่อ ซึ่งเมื่อราคาวิ่งทะลุแนวต้าน หรือ หลุดแนวรับ จะเกิดพฤติกกรรมสำคัญ 2 พฤติกรรม
  • พฤติกรรมแรกเรียกว่า “แนวต้านกลายเป็นแนวรับ” เกิดเมื่อราคาวิ่งทะลุแนวต้านขึ้นไปได้
  • พฤติกรรมที่สองเรียกว่า “แนวรับกลายเป็นแนวต้าน” เกิดเมื่อราคาวิ่งหลุดแนวรับไปได้
  • 2 พฤติกกรรมนี้ เป็นพฤติกรรมที่ผมอยากให้ทุกท่านจำให้ขึ้นใจเลยครับ เพราะ จากประสบการณ์การเทรดของผม 2 พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นตลอดในตลาด Forex 
  • เทคนิคการดูแนวรับ-แนวต้านที่ผมให้ทุกท่านนี้ เป็นเทคนิคที่ใช้ได้ทุกตลาด และ ทุก Time Frame ครับ!!
  • เพื่ออธิบาย พฤติกรรมทั้ง 2 ให้ชัด ดูที่รูปด้านล่างประกอบได้เลยครับ

support->resistance

support-->ressitance

เทคนิคที่ 2 : หา Key Support/Key Resistance ให้เป็น 

  • Key Support แปลเป็นไทย คือ แนวรับหลัก และ Key Resistance แปลเป็นไทย คือ แนวต้านหลัก เรียกรวมกันว่า Key Levels
  • สำหรับ Price Action Trader 2 สิ่งนี้หาได้จาก การดูแนวรับ-แนวต้าน ใน Time Frame (TF) Week ครับ
  • วิธีการก็คือ ปรับ Chart ใน MT4 ไปที่ TF Week จากนั้นดู จุดที่เกิด Swing High และ Swing Low รวมทั้งราคาล่าสุด จุดที่เป็น Swing High และ Swing Low ใน TF Week นี้แหละครับ คือ Key Resistance และ Key Support (ดูรูปด้านล่างประกอบ)

key-levels

  • หลักการทุกอย่างเหมือนกับในเทคนิคที่ 1 ที่ผมเขียนไว้ ต่างกันที่เราจะดู Key Support/Key Resistance ใน TF Week
  • สาเหตุที่ Price Action อย่างเรา ๆ ต้องดู Key Levels ใน TF Week นั่นก็เพราะ Price Action Trader จะเน้นเทรดใน Time Frame Day เป็นหลัก การดู Key Levels เราจึงดูใน TF ที่สูงกว่า เพราะ TF ที่สูงกว่านั้นจะให้จุดที่มีนัยสำคัญมากกว่า สัญญาณจากแท่งเทียนที่เกิดบริเวณ Key Levels จะมีความแม่นยำมากกว่า แท่งเทียนที่เกิดบริเวณ แนวรับ-แนวต้าน ใน TF เล็ก ๆ

เทคนิคที่ 3 : หา Levels ใน Time Frame Day ให้เป็น 

  • เมื่อเรารู้เทคนิคการหา แนวรับ-แนวต้าน เป็นแล้ว การหา แนวรับ-แนวต้าน ใน TF Day ก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ เพราะ หลักการนั้นเหมือนกับในเทคนิคที่ 1 และ เทคนิคที่ 2 เลย ต่างกันที่ TF ที่ใช้เท่านั้น
  • การหา Key Levels ในเทคนิคที่ 2 เปรียบเสมือนการทำแผนที่ตลาด เพื่อดูว่าจะถึงจุดยุทธศาสตร์แล้วหรือยัง เพราะ แนวรับ-แนวต้าน ที่เกิดใน Week มักจะมีความแข็งแกร่งกว่าทุก TF
  • ดังนั้น หาก Price Action Signal ไปเกิดบริเวณนั้น เราต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งครับ และสิ่งสำคัญคือ อย่าไปทำอะไรสวน Signal ในระดับ TF Week (ผมไม่ได้บอกให้เทรดในระดับ Week นะครับ เพราะ มันนานเกินไป)
  • เราหา Levels ใน Time Frame Day เพื่อดูภาพปัจจุบันครับ เพราะ อย่างที่กล่าวไว้ เราจะเน้นการเทรดที่ TF Day เปรียบเหมือนการดูหน้างานว่า ณ ตอนนั้นตลาด Action อย่างไร และ เราควรตอบสนองอย่างไรกับตลาด
  • สิ่งที่สำคัญก็คือ การหา Levels ใน Time Frame Day จะช่วยให้ Price Action Trader อย่างเรา ๆ สามารถหาจุด Stop Loss และ จุดออก (Exit Point) ได้อีกด้วยครับ
  • เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ดูรูปด้านล่างประกอบได้เลยครับ

levels-daily-time-frame

สรุป ผมต้องการจะชี้ให้เห็นว่า แนวรับ-แนวต้าน (Levels) นั้นสำคัญอย่างไร และ ต้องดูตรงไหน อย่างที่ทุกท่านได้อ่านไปทั้ง 3 เทคนิคด้านบน จะเห็นว่า แนวรับ-แนวต้าน นั้นสำคัญอย่างมากสำหรับ Price Action Trader อย่างเรา ๆ เพราะ Levels นี่แหละครับ จะเป็นตัวบอกเราว่า เราควรเปิด Order ตอนไหน  อีกทั้งยังเป็นตัวเพิ่มความแม่นยำให้กับ Price Action Signal ที่เกิดขึ้นด้วย

ดังนั้น ผมอยากให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน 3 เทคนิคนี้ นำเทคนิคที่ผมให้ไว้ไปทดลองใช้กันดูครับ เพราะ มันจะช่วยให้เงินในพอร์ตของทุกท่านเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน หลักการหา Levels ทั้ง 3 เทคนิคนี้เป็นเทคนิคสากลที่ใช้ได้กับทุกตลาดนะครับ ไม่เฉพาะกับตลาด Forex เท่านั้น แปลว่า เข้าใจครั้งเดียวเอาไปใช้ได้ทุกตลาด สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านโชคดีมีกำไรกันทุกคนนะครับ

Forex คืออะไร? – การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

Forex คืออะไร? – การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

คำถามหนึ่งที่เรามักจะถูกถามอยู่บ่อยๆ ก็คือ “การซื้อขาย forex คืออะไร?” มีมานานเท่าไหร่? ตลาดใหญ่แค่ไหน? ใครคือผู้เล่นที่สำคัญ? อะไรทำให้อัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินเปลี่ยนแปลงไป?

นี่คือคำตอบของคำถามเหล่านั้นของคุณ

Forex คืออะไร?

Forex เป็นตลาดการค้าเสรีของสกุลเงินระหว่างประเทศ ผู้ค้าสั่งซื้อสกุลเงินหนึ่งเพื่อแลกกับเงินสกุลเงินอื่น ตัวอย่างเช่น ผู้ค้าอาจต้องการซื้อเงินยูโรและกับดอลลาร์สหรัฐและจะใช้บริการตลาด Forex ทำการแลกเปลี่ยน

ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายกว่า $4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในแต่ละวันจำนวนเงินซื้อขายในแต่ละสัปดาห์มีขนาดใหญ่กว่า GDP ทั้งปีของสหรัฐอเมริกา

สกุลเงินหลักที่ใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนคือเงินดอลลาร์สหรัฐ

Forex มีมานานแค่ไหน?

ในขณะที่โลกกำลังฉีกตัวออกจากสงครามโลกครั้งที่สอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความมั่นคงทางการเงินอย่างเร่งด่วน การพบปะเจรจาต่อรองจาก 29 ประเทศจึงเกิดขึ้นที่ Bretton Woods และตกลงที่จะเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ และสิ่งหนึ่งในนั้นคือ อัตราการแลกเปลี่ยนที่ถูกกำหนดขึ้น

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้ข้อตกลง Bretton Woods และเริ่มดำเนินการในปี 1949 อัตราแลกเปลี่ยนที่เกิน 1% ทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติจาก IMF ซึ่งมีผลทำให้อัตราแลกเปลี่ยนถูกกำหนดไว้อย่างตายตัว

ปลายปี 1960 ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราคงที่เริ่มสลายตัวลง สืบเนื่องมาจากปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มากมาย ท้ายที่สุดในปี 1971 ประธานาธิบดีนิกสัน ได้ระงับการผูกขาดเงินดอลลาร์สหรัฐไว้กับทอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขการล่มสลายของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่รู้จักกันว่า นิกสัน (Nixon shock) จนกระทั่งนำไปสู่ระบบแลกเปลี่ยนเงินตราแบบลอยตัวในต้นปี 1973 โดยในปี 1976 ทุกสกุลเงินหลักได้มีอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว

ด้วยอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สกุลเงินต่างๆ สามารถซื้อขายได้อย่างอิสระ และราคาเปลี่ยนแปลงตามกลไกของตลาด ตลาดที่ทันสมัย Forex จึงได้กำเนิดขึ้น

ใครเป็นผู้ที่ซื้อขายในตลาด forex ?

มีผู้ค้าที่แตกต่างกันจำนวนมากในตลาด Forex มีทั้งที่ซื้อขายเพื่อทำกำไร บางคนค้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง และบ้างก็เพียงต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ผู้ค้า ต่างๆ มีดังต่อไปนี้

  • ธนาคารกลางของรัฐบาล
  • ธนาคารพาณิชย์
  • ธนาคารเพื่อการลงทุน
  • โบรกเกอร์และตัวแทนจำหน่าย
  • กองทุนบำเหน็จบำนาญ
  • บริษัทประกันภัย
  • องค์กรระหว่างประเทศ
  • บุคคลทั่วไป

ตลาดเปิดทำการตอนไหน?

แตกต่างจากตลาดหุ้นที่มีการเปิดปิดตามเวลา ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งห้าวันในสัปดาห์ ธนาคารซื้อและขายสกุลเงินตลอดเวลา และตลาด Forex จึงต้องเปิดให้บริการ

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินคืออะไร?

เช่นเดียวกับตลาดทั่วๆไปตลาดถูกขับเคลื่อนไปโดยอุปสงค์และอุปทาน :

  • หากผู้ซื้อมีมากกว่าผู้ขาย ราคาก็ขึ้น
  • หากผู้ขายมีมากกว่าผู้ซื้อ ราคาก็ลง

ปัจจัยต่อไปนี้สามารถมีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยน:

  • ผลการดำเนินการทางเศรษฐกิจของชาติ
  • นโยบายธนาคารกลาง
  • อัตราดอกเบี้ย
  • งบการค้าระหว่างประเทศ การนำเข้าและการส่งออก
  • ปัจจัยทางการเมือง เช่น การเลือกตั้งและการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเมือง
  • ความเชื่อมั่นของตลาด ความคาดหวังและข่าวลือ
  • สิ่งที่มองไม่เห็น การก่อการร้ายและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

แม้จะมีปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมด ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราทั่วโลกก็มีเสถียรภาพมากกว่าตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ และเป็นจำนวนเงินไม่มาก

ข้อดีของตลาด Forex คืออะไร?

ตลาด Forex มีข้อดีหลายประการ ดังต่อไปนี้:

  • เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่แล้ว และจะยังคงเติบโตต่อไปอย่างรวดเร็ว
  • มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างกว้างขวาง ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
  • ผู้ค้าสามารถทำกำไรได้ทั้งจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและอ่อนแอ
  • ผู้ค้าสามารถวางคำสั่งซื้อระยะเวลาสั้นๆได้ ซึ่งไม่สามารถทำได้ในตลาดอื่นๆ
  • ตลาดจะไม่ได้ถูกใครควบคุมไว้
  • ค่านายหน้าซื้อขายต่ำมากหรือแทบจะไม่มีเลย
  • ตลาดจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงวันธรรมดาตลอดสัปดาห์

ตลาด forex สามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ทั้งนักลงทุนรายย่อยเช่นคุณ ลงทะเบียนวันนี้ ในบัญชี Cent หรือ บัญชี Mini และเริ่มทำการซื้อขาย !

เริ่มต้นสมัครฟรี มีโปรแกรม Demo ทดลองเทรด Forex กันได้ฟรีๆ
 

3 วิธีเทรด Forex แบบเหนื่อยน้อย กำไรมาก

3 วิธีเทรด Forex แบบเหนื่อยน้อย กำไรมาก

จะเล่น Forex จำเป็นต้องมีเวลานั่งเฝ้าหน้าจอตลอดใช่ไหม ?

ผมขอตอบเลยว่า…ไม่จำเป็นเลยครับ!!

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า Forex ต้องนั่งเฝ้าตลอด
เลยทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ที่จะเข้ามาทำเงินจากมัน

เมื่อก่อนผมก็เข้าใจแบบนั้น เลยทำให้เสียเวลาไปมาก

มาตอนนี้ตัวผมเองไม่เคยต้องนั่งเฝ้าจอเลยครับ
แต่ก็ทำกำไรได้อย่างสบาย ๆ (แบบไม่เครียดด้วย)

แนวคิดของผม ก็คือ ผมต้องการ…วิธีที่เหนื่อยน้อยที่สุด !!  

ประเด็นสำคัญที่ผมจะบอก ก็คือ สิ่งเหล่านี้คุณเลือกได้ครับ

และไหน ๆ ก็จะเลือกแล้ว…เลือกให้เหมาะกับตัวคุณเองไปเลย

เพียงแค่คุณตัดสินใจที่จะเลือกมัน คุณก็จะเริ่มเห็นว่ามันเป็นไปได้ !!

บทความนี้ผมมาแชร์เทคนิค สำหรับคนที่ต้องการใช้วิธีเดียวกับผม

วิธีการเล่น Forex ที่ใช้เวลาน้อย แต่ได้กำไรอย่างสม่ำเสมอ

มี 3 วิธีที่จะทำให้คุณได้กำไร แบบไม่เหนื่อย

รับรองว่า… อ่านจบ คุณจะรู้วิธีเทรดที่ใช้เวลาน้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

แต่สามารถสร้างกำไรได้เดือนละ 5-10% แบบสม่ำเสมอ อย่างแน่นอนครับ !!

ก่อนจะไปพบกับ 3 วิธีเทรด Forex แบบเหนื่อยน้อย กำไรมาก หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ Share บทความนี้ ให้กับเพื่อน ๆ ของคุณอ่านด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

วิธีที่ 1 : ปิดจอแล้วหันมา “ให้ตลาดทำงานแทนคุณ”

    • ผมเชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่า ตลาด Forex นั้น เคลื่อนไหวเองได้ (โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรกับมัน)
    • คำว่า “ตลาด Forex เคลื่อนไหวเองได้” นี่แหละครับ คือ กุญแจสำคัญ ของคำว่า “ให้ตลาดทำงานแทนคุณ”
    • ในเมื่อตลาดวิ่งได้เอง (โดยการกระทำจากคนนับล้านทั่วโลก) เหมือนลมที่พัดไปเอง แล้วทำไมคุณจะต้องคอยมานั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อเทรดบ่อย ๆ เทรด ถี่ ๆ วันนึงเป็นสิบ ๆ Order ด้วยล่ะครับ ?
    • จะดีกว่าไหมถ้าคุณแค่อ่านหรือคาดเดาทิศทางที่ราคาจะไปแล้ว คุณก็ทำการเปิด Order ในทิศทางนั้น ที่เหลือ ปล่อยให้ราคาวิ่งไปเองด้วยตัวของมัน ตามทิศทางที่ตลาดจะไป คุณสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ โดยที่คุณแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย
    • ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือ อ่านและจับจังหวะตลาดให้ถูก จากนั้นก็ Action ในทิศทางเดียวกับที่ราคาจะไป นั่นเอง
    • จริงอยู่ที่ว่า “เราไม่สามารถคาดเดาว่าราคาจะวิ่งไปไหนได้ถูกทุกครั้ง”
    • แต่สิ่งที่ผมจะบอกกับทุกท่าน ก็คือ จากประสบการณ์การเทรดของผม รวมทั้งเทรดเดอร์ระดับโลกทุกคนพูดตรงกันหมดว่า…การเทรด Forex ให้ได้กำไรแบบต่อเนื่อง ไม่จำเป็นเลยครับที่คุณจะต้องคาดเดาตลาดได้ถูกทุกครั้ง
    • หลักการที่ผมพูดถึงนี้ ถ้าคุณเข้าใจมัน มันจะทำให้คุณใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของตลาด ทำกำไรให้พอร์ตโตได้อย่างสม่ำเสมอแน่นอนครับ
    • ทำไมผมถึงกล้าพูดว่า…ไม่จำเป็นต้องคาดเดาตลาดได้ถูกต้องทุกครั้งล่ะ ?
    • ถ้าคุณมีประสบการณ์การเทรด Forex มาพอประมาณ (3 ปี ขึ้นไป) คุณจะรู้ทันทีว่า ความแม่นของกลยุทธ์ที่ใช้ไม่ใช่คำตอบ บางครั้งความแม่นของกลยุทธ์ที่มากขึ้น จะยิ่งทำให้คุณเหนื่อยและฝีมือเทรดแย่ลงด้วยซ้ำ เพราะ คุณจะ Overtrade ได้ง่าย
    • กลยุทธ์ที่ดีต้องไม่โน้มน้าวให้คุณ เทรดบ่อย ๆ (Overtrade) เพราะ มันจะทำให้คุณเครียด เสียเวลา เสียสุขภาพ และที่สำคัญ คุณจะเสียเงินจนถึงขั้นต้องล้างพอร์ตได้เลยล่ะครับ (ผมเคยเป็นมาแล้ว แนะนำว่าอย่าทำเด็ดขาดเลยครับ)
    • ผมใช้เวลาเป็นปี ค้นหาวิธีเทรด Forex ที่เหมาะกับตัวผมเอง เหมาะกับ Life Style ของผม ผมต้องการเอาเวลาไปทำอย่างอื่น นอกเหนือจากการที่ต้องมานั่งอดหลับ อดนอน เฝ้าหน้าจอเพื่อเทรดตลอดทั้งคืน (ตัวผมเองมีปัญหาสุขภาพจากโรคประจำตัวที่เป็นมานานแล้วด้วยครับ)
    • ที่สำคัญ คุณเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกับผมครับ คุณสามารถออกแบบชีวิต ออกแบบ Life Style ได้ อย่างเช่น ถึงแม้คุณจะทำงานประจำไม่มีเวลา มีภาระหน้าที่อื่น ๆ ที่จะต้องทำ แต่อยากสร้างกำไรจากการเทรด Forex ไปด้วย คุณก็สามารถใช้หลักการที่ว่า “ให้ตลาดทำงานแทนคุณ” นี้ได้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะบอกวิธีที่คุณต้องรู้เพิ่มในหัวข้อถัดไป

trade-what-you-see

วิธีที่ 2 : เทรดด้วย Time Frame ใหญ่

    • เรารู้แนวคิดกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูวิธีการกันบ้างครับ ถ้าถามผมว่า อะไรคือ อย่างแรกที่คุณต้องรู้ ถ้าอยากเทรด Forex แบบเหนื่อยน้อย กำไรมาก ?
    • คำตอบที่ผมจะให้คุณก็คือ…เรียนรู้วิธีการเทรดด้วย Time Frame ใหญ่เป็นอันดับแรก !! 
    • Time Frame (TF) ใหญ่ที่ว่า คือ อะไร ?
    • มันคือ กรอบเวลาเทรดที่คุณใช้เทรด ใช้วิเคราะห์ตลาดครับ ผมบอกเลยว่า คุณต้องเริ่มจาก Time Frame Day ก่อน
    • ทำไมถึงต้องเริ่มจาก Time Frame Day ก่อน ? 
    • ที่ผมบอกแบบนี้ก็เพราะ TF ที่ใหญ่ อย่าง TF Day นั้นให้น้ำหนักในการวิเคราะห์มากกว่า TF ที่เล็กกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TF 1 นาที 5 นาที หรือ 15 นาที
    • ประโยชน์จากการใช้ TF Day คือ บริหารจัดการง่าย เพราะ สัญญาณเกิดไม่บ่อย แถมสัญญาณที่เกิดมีคุณภาพ (โอกาสถูก) มากกว่าสัญญาณที่เกิดใน TF เล็ก ๆ เนื่องจาก TF เล็ก ๆ ราคามักจะแกว่งไปมา มากกว่าจะให้จุดที่มีน้ำหนักจริง ๆ
    • อย่างที่ผมบอกไปในหัวข้อแรก ในเรื่องให้ตลาดทำงานแทน การเทรด  TF Day จะยิ่งมีประโยชน์กับคุณมาก ๆ เพราะ คุณจะมีเวลามาบริหารจัดการกับการเทรดได้ในช่วงเวลาระหว่างวัน (ตอนที่คุณว่าง) สัญญาณที่เกิดไม่บ่อย (เกิดทุกชั่วโมงหรือวันนึงเกิดหลาย ๆ ครั้ง) จะช่วยให้คุณมีเวลาไปทำอย่างอื่น ในขณะเดียวกับที่คุณเทรด Forex อยู่ พูดง่าย ๆ คือ เพิ่มช่องทางการทำเงินอีก 1 ช่องทาง ในขณะที่คุณทำงาน หรือ ทำอย่างอื่นไปด้วย (อันนี้ผมพูดจริง ๆ นะครับ เพราะ ผมทำอยู่)
    • ที่ผมพูดมาทั้งหมดไม่ใช่เพราะ ผมมาหลอกระดมทุนจากคุณ หรือ มาทำธุรกิจที่ไม่ดีกับคุณ ผมไม่ได้หวังร้ายกับคุณนะครับ
    • หัวข้อต่อไปผมจะบอกวิธีใช้ประโยชน์จากโปรแกรมสำหรับเทรด Forex ที่ชื่อ MT4 ครับ โปรแกรมนี้มีข้อดีหลายอย่างที่ทำให้เราสามารถทำกำไร แบบเหนื่อยน้อยได้

time-frame

วิธีที่ 3 : ใช้ความได้เปรียบจากโปรแกรม MT4 ให้เป็นประโยชน์

  • ถ้าคุณเคยเล่นหุ้นมาก่อน คุณก็จะรู้จัก Streaming Pro อย่างแน่นอน ใน Forex โปรแกรมที่ใช้เทรดเราจะเรียกว่า MT4 ซึ่งเป็นคนละโปรแกรมกับที่ใช้เล่นหุ้นนะครับ
  • MT4 มีข้อดีหลายอย่าง เช่น วิเคราะห์ได้อย่างลื่นไหล สามารถเปิด Order และ บริหาร Order ได้ในโปรแกรมเดียวกัน เรียกได้ว่า ดูกราฟไปเทรดไปได้เลย ไม่ต้องเปิดหลายโปรแกรม แถมโหลดฟรีอีกด้วย
  • ส่วนข้อดีที่เป็นประโยชน์กับเราที่สุด ก็คือ การตั้ง Order, การตั้ง Stop Loss และการตั้ง Take Profit ไว้ล่วงหน้านี่แหละครับ 
  • ทำไมผมถึงบอกว่ามันเป็นข้อดี ในมุมมองผม ผมคิดว่านี่แหละครับ คือ สุดยอดเครื่องมือที่จะทำให้คุณใช้เวลาเฝ้าหน้าจอน้อยมาก ๆ เพราะ คุณเปิดกราฟขึ้นมา ถ้าราคาวิ่งไปในจุดที่คุณคิดเอาไว้ คุณก็เปิด Order ได้เลย แต่ถ้าราคายังไม่มาตรงจุดนั้น คุณก็แค่ตั้งทุกอย่างรอเอาไว้ แล้วก็ปิดจอ ไปทำอย่างอื่น พอราคาวิ่งมาตรงจุดนั้น ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามที่คุณตั้งเอาไว้เลยครับ
  • ตัวผมเองใช้ประโยชน์จาก MT4 ข้อนี้บ่อยมาก ๆ เรียกได้ว่า ทุกครั้งเลยก็ว่าได้ ตั้งเอาไว้ แล้วรอ ราคาวิ่งถูก Take Profit ราคาวิ่งผิด ก็ Stop Loss เรียกได้ว่า เป็น “ระบบกึ่งอัตโนมัติ” เลยล่ะครับ
  • แต่ทั้งหมดที่ผมพูดมานี้จะเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณเรียนรู้วิธีเทรดที่เหมาะสมนะครับ ไม่ใช่ทุกวิธีจะใช้ได้MT4สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ คุณต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเอง กลยุทธ์แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียของมัน ผมไม่ได้บอกว่า วิธีอื่นไม่ดีแต่อย่างใด เพียงแต่วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะสมกับผม (และคนอื่น ๆ ที่อาจจะคิดเหมือนผม) ผมจึงเอาเคล็ดลับมาบอกทุกท่านที่ติดตามผมครับ ถ้าวิธีที่คุณใช้อยู่มันทำให้คุณต้องฝืนตัวเอง และ ทำให้คุณต้องเหนื่อย แปลว่า มันไม่เหมาะสมกับคุณ ผมแนะนำให้คุณเปลี่ยนวิธีเทรดครับ เราไม่จำเป็นต้องทนใช้กับสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อย เพราะ มันจะส่งผลเสียมากกว่าส่งผลดีกับคุณ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านโชคดีมีกำไรนะครับ
เริ่มต้นสมัครฟรี มีโปรแกรม Demo ทดลองเทรด Forex กันได้ฟรีๆ
 

เทรดทอง คืออะไร

เทรดทอง คืออะไร

เทรดทอง คืออะไร (6)

เทรดทอง คืออะไร

ถ้าคุณเริ่มต้นไปทำการค้นข้อมูลผ่านทาง google ผมเชื่อว่าหนึ่งคำศัพท์ที่เราจะได้ยินบ่อยๆ นั่นคือเรื่องของคำว่า “เทรดทอง” นั่นเอง คำนี้มีความหมายที่แท้จริงว่าอย่างไร และมีความเกี่ยวข้องอะไรกับ forex รวมถึง คุณสามารถเริ่มต้นทำเงินจากการเทรดทองได้หรือไม่ ถ้าหากมีต้นทุนที่ต่ำ บทความนี้ออกแบบมาเพื่อคุณเลยครับ

เทรดทอง คืออะไร

มาดูความหมายอันดับแรกก่อนคือ คำว่า “เทรดทอง” นั้นมีความหมายว่าอย่างไร คำว่า เทรดทอง หมายถึงการซื้อขายราคาทองคำที่มีอยู่ในตลาด ก็คือการค้าทองนั่นเอง โดยใช้ราคาทองมาเป็นตัวพิจารณาในการซื้อขายซึ่งหากเราซื้อทองมาในราคาถูกและขายออกในราคาแพง เราก็จะได้กำไรจากการค้าทอง มีหลักการเทรดอยู่สองแบบคือ

1.เทรดโดยการซื้อถูกขายแพง ข้อนี้จะคล้ายๆกับเราเล่นหุ้น เช่นเราซื้อทองที่ 1 บาท ราคา 20,000 บาท และขายไปในวันถัดมาที่ราคา 1 บาท ราคา 21,000 บาท เราก็จะได้กำไรทันที 1,000 บาทอย่างนี้เป็นต้น

2.เทรดทองโดยการใช้สัญญาแบบ CFD หรือใช้การทำนายส่วนต่าง (นิยมใช้ในการเทรด forex) ถ้าเป็นการเทรดทองแบบนี้เพียงแค่คุณทำนายหรือคาดการณ์ราคาทองว่ามันจะขึ้นหรือลงภายในกรอบที่ต้องการเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับ ถ้าทำนายถูก คุณก็จะได้รับเงินจำนวนมากจากการทำสัญญาแบบ CFD

เทรดทอง คืออะไร (2)

ข้อดีของการเลือก เทรดทอง

โดยข้อดีของการเทรดทอง นั้นมีมากมาย ผู้เขียนขออนุญาตสรุปออกมาเป็นข้อๆที่น่าสนใจได้ดังต่อไปนี้คือ

1.คุณสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว

เนื่องจากการแกว่งตัวของราคาทองคำของโลกนั้น มีวาระที่ค่อนข้างจะสามารถทำนายได้อย่างแน่นอน เมื่อเป็นดังนี้ การเลือกที่จะเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคาทองคำ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้นั่นเอง และคุณสามารถทำได้อย่างแน่นอนด้วย

2.การใช้กราฟทางเทคนิคมีความคลาดเคลื่อนต่ำ

ข้อดีประการต่อมาคือ เมื่อคุณเทรดทองโดยการใช้กราฟทางเทคนิค สิ่งที่ตามมาคือค่าความคลาดเคลื่อนนั้นก็จะต่ำลง ทำให้คุณมีโอกาสในการเทรดได้ถูกทางในสัญญา CFD ได้มากกว่านั่นเอง

เทรดทอง คืออะไร (1)

กลยุทธ์ที่สามารถนำมาใช้ในการเทรดทองได้

คุณอาจเลือกใช้เส้นไข่ปลาอย่าง parabolic ในการทำนายทิศทางการขึ้นหรือลงของกราฟ หรือคุณอาจเลือกใช้ Bollinger Band ในการมองหาช่วงแกว่งของราคาที่รุนแรงเพื่อทำการเทรดก็สามารถทำได้ครับ

โดยสรุปแล้ว การเลือกที่จะเทรดทอง ก็เหมือนกับการเทรด forex ในส่วนของราคาเงิน หรือว่าเป็นการเทรดในส่วนของหุ้นนั่นเอง แต่ว่ามีข้อดีประการสำคัญคือ คุณนั้นสามารถคำนวณหาจุดของการเทรดทอง หรือทำนายทิศทางของการแกว่งตัวของทองคำได้ง่ายกว่าสิ่งอื่นๆนั่นเองครับ อีกครั้งยังไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาจี้หรือมาปล้นเงินของคุณไปอย่างแน่นอน

 

เริ่มต้นสมัครฟรี มีโปรแกรม Demo ทดลองเล่นหุ้นกันได้ฟรีๆ
 

ลงทุนอะไรได้เงินเร็ว

เป็นคำถามของคนที่มีเงินทุนที่อยากลงทุนหุ้นหรืออะไรสักอย่างเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเร็ว  มีคนเคยพูดกับผมว่า ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรอก  ผมว่ามันก็จริงนะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ผมว่า ยากง่าย มันเป็นเรื่องของบุคคล
บางอย่างเราคิดว่า เขาลงทุน ลงแรง มากขนาดนั้น มันต้องยากเป็นแน่  ให้ตัวเองทำอย่างเขาคงทำไม่ได้  แต่สำหรับบางคน เขาอาจคิดเป็นเรื่องธรรมดา มันไม่ใช่เรื่องยากเลย  ช่องทางหาเงินก็เช่นกัน  บางคน ทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง  กับอีกคนต้องทำหลายอย่าง กว่าจะได้เงินมา   จริงๆ แล้วผมคิดว่ามันคือช่องทางการหาเงินมากกว่า คนที่มองเห็นช่องทาง มากกว่า ย่อมมีโอกาสได้มากกว่าและใช้เวลาน้อยกว่าจริงไหม 

  • ก็เหมือนกับเรา เดินทางไปทำงาน  เราเคยลองหาเส้นหาอื่นที่เดินทางได้เร็วกว่า ใกล้กว่าบ้างหรือป่าว ถ้าคุณเลือกที่จะเดินเส้นทางเดิมๆ ทุกวัน คุณก็จะเจอกับสิ่งเดิมๆ ทุกวัน  หากคุณ ได้ลองหาเส้นทาง หรือสอบถามเส้นหาอื่นดู และลองใช้เส้นทางอื่นดู คุณอาจพบว่า การเดินทางไปทำงาน มันมีทางที่ง่ายกว่าเดิม

    การลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เรามองข้าม  หรือไม่เคยสนใจ  นั้นคือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน  (Forex)  ซึ่งเป็นตลาดลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ถ้าจะเปรียบเทียบการลงทุนให้เห็นภาพ   การลงทุนหุ้น เหมือนคุณ ตกปลาใน แม่น้ำเจ้าพระยา  ส่วนการลงทุนใน Forex เปรียบกับการ ตกปลาในมหาสมุทร    การทำให้เกิดคลืน เปรียบเหมือนการปั่นหุ้น   จะเห็นได้ว่าการปั่นหุ้นในมหาสมุทร มันยากกว่า แม่น้ำเจ้าพระยาแน่นอน

    คุณกล้าที่จะออกทะเลหรือป่าว
    นั้นเป็นคำถามที่คุณต้องตอบให้ได้  เปรียบปลาเป็นเงิน ในทะเลมีปลา หลากหลายชนิดปลาบางชนิด หาได้ง่ายมาก แทบไม่ต้องใช้แรงอะไรก็จับได้ นักลงทุนบางกลุ่นก็ไม่สนใจปลาเหล่านั้น แต่สำหรับบางกลุ่ม มันมีค่าเพราะมันเป็นปลา(เงิน)

    Broker คืออะไร
    ผมเปรียบ Broker เป็นเรือหาปลา  เรือที่ดีต้องมีเพื่อทีสำหรับใส่ปลาและมีความปลอดภัยสูง Broker ที่ผมแนะนำ คือ Exness  เพราะเขา มีความน่าเชื่อถือระดับสากล ติดระดับโลกเลยก็ว่าได้ แบะเหมาะสำหรับ คนไทยที่สุด เพราะมีภาษาไทย และพนักงาน Support คนไทย และมีพื้นทีให้เราเก็บปลาได้มากกว่าที่อื่น 

    คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองเล่นได้ จนกว่าคุณพร้อมที่จะออกเรือไปกับเขา แน่นอน มีทั้งคนได้ปลาและไม่ได้ปลา มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์คุณว่าไหม

ไม่มีประสบการณ์ เรามีคลิปวีดีโอสอนให้ฟรี ศึกษาเรียนรู้ฟรี เปิดบัญชีหุ้นฟรี ไม่เสียเงินสักบาท อยู่ที่คุณแล้วล่ะว่าพร้อมที่จะรวยด้วยการเล่นหุ้นหรือยัง

 

  • รวยด้วยหุ้นง่ายๆ เริ่มก่อน รวยก่อน เหลือเชื่อ!! 500 บาทก็เล่นหุ้นได้ รวยด้วยหุ้นง่ายๆ วิธีเล่นหุ้น เริ่มต้นเล่นหุ้น มีคลิปวีดีโอสอนให้ฟรี เริ่มต้นสมัครฟรี มีโปรแกรม Demo ทดลองเล่นหุ้นกันได้ฟรีๆ  คลิกที่นี่เพื่อสมัคร exness

ฟ้าไม่เคยลิขิตให้ใครจน แต่คนต้องรู้จักลิขิตชีวิตตัวเอง
 

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

 
 
images
 

จะเริ่มเล่นหุ้นต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ต้องรู้อะไรบ้างในเบื้องต้น

คำกล่าวที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา” แม้เวลาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ก็ยังใช้ได้เสมอ แม้ในสนามรบทุนนิยมอย่างตลาดหุ้นก็เช่นกัน ถ้าเราเตรียมตัวเองให้พร้อม และมีการศึกษาตลาด ศึกษาตัวหุ้น รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดด้วย โอกาสที่เราจะทำกำไรจากการเล่นหุ้นก็มีมากขึ้นเช่นกันครับ

หุ้น

สรุปภาวะตลาดหุ้นประจำวันจากหน้าเวบ Settrade.com

การจะเริ่มเล่นหุ้นนั้นก่อนอื่น เราต้องรู้เรา หรือรู้ตัวเองก่อนครับว่า เราพร้อมแค่ไหน กับการที่จะเข้ามาทำกำไรในตลาดทุนแห่งนี้ (ส่วนรู้เขานั้นเราต้องไปวิเคราะห์กันในสภาพตลาดอีกทีว่าเหมาะสมกับการเล่นของเราหรือไม่ ต้องใช้เครื่องมือหรือการวิเคราะห์แบบไหนเข้าไปตรวจจับ ซึ่งจะเป็นในเชิงลึกแล้ว เราค่อยมาว่ากันทีหลัง ตอนนี้เรามาดูในเบื้องต้นกันก่อน)

สิ่งที่เราต้องรู้ตัวเราเองและต้องเตรียมในขั้นแรกๆ คือ เงินทุนและความรู้ โดยเฉพาะความรู้ถ้าเรามีไม่พอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนเงินรายได้ไปให้กับมือเก๋าๆ ในตลาดครับ

เล่นหุ้นต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่?

ในการลงทุน เงินทุนยิ่งมากก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่แนะนำว่าเริ่มต้นที่ 100,000 บาทก่อนก็ดีครับ เก็บความรู้เก็บประสบการณ์ไปก่อน ถ้าเก่งแล้วค่อยเพิ่มทุน ก็ยังไม่สายเกินไป

ที่จริงแล้วการจะใช้เงินทุนเท่าไหร่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับว่ารูปแบบการลงทุน ของเพื่อนๆ นักลงทุนเป็นแบบไหน  และลงทุนในหุ้นตัวไหน มีน้อยก็เริ่มจากลงทุนน้อยๆ ได้ แต่สำคัญที่ว่าเงินที่นำมาลงทุนในหุ้นนี้ ต้องเป็นเงินเย็น เงินที่เรากันไว้จากเงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันปกติแล้ว เป็นเงินที่เราไม่ได้จำเป็นต้องดึงกลับมาใช้ในเวลาอันใกล้นี้ เพราะอาจจะเกิดปัญหาที่ว่าเงินยังไม่ได้ออกดอกออกผลตามที่ควรจะเป็น กลับต้องดึงกลับมาใช้จ่ายซะแล้ว จะเสียประโยชน์ในระยะยาวเสียเปล่าๆ ครับ

ในการเล่นหุ้นต้องรู้อะไรบ้าง

  1. รู้ว่าสิ่งที่เราจะลงทุนคืออะไร มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร ซึ่งในที่นี้คือ หุ้น และอย่าลืมว่าราคาของหุ้นจะขึ้นจะลงได้ แท้จริงแล้วจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของธุรกิจนั้นๆ เป็นสำคัญ ไม่ใช่เกิดจากการทำราคาหุ้น ปั่นราคาหุ้น เพราะถึงจะทำราคาอย่างไร สุดท้ายแล้วราคาก็จะกลับมาเคลื่อนไหวตามผลการดำเนินงานของธุรกิจอยู่ดีแหละครับ ควรศึกษาไปให้ลึกถึงขั้นรู้ความเป็นมาของหุ้นแต่ล่ะตัวว่า เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ใครเป็นผู้บริหาร สัญญาอะไรไว้ทำได้ตามนั้นหรือไม่ มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีเป้าหมายในอนาคตอย่างไร อะไรเป็นจุดอ่อนจุดแข็งของธุรกิจนี้บ้าง เป็นต้น ถึงแม้ในตลาดหลักทรัพย์ในบ้านเราจะมีหุ้นอยู่ 500 กว่าตัว แต่ไม่จำเป็นต้องรู้หมดทุกตัวหรอกครับ เลือกหุ้นที่เราสนใจ และอยู่ในธุรกิจที่เราเข้าใจดี แล้วเข้าซื้อขายให้ถูกจังหวะก็เพียงพอแล้ว
  2. รู้ว่าตัวเราเองเหมาะกับการลงทุนแบบไหน เล่นสั้น กลาง หรือว่าลงทุนระยะยาว ชอบแบบเน้นตั้งรับกินปันผล หรือว่า ชอบเชิงรุกแบบแนววิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งการลงทุนแต่ละแบบ วิธีการแต่ล่ะแบบก็จะแตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อนๆ ก็ควรจะต้องรู้ตัวเองให้ได้ว่าเหมาะกับแบบไหน และทุกแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เช่นเล่นสั้นจะเห็นผลได้เร็วกว่า การเล่นระยะยาว แต่ก็ต้องใช้การตัดสินใจที่บ่อยครั้งกว่า และใช้เวลาในการติดตามราคามากกว่าการเล่นระยะยาวเป็นต้น ที่สำคัญต้องรู้ว่า เข้าซื้อวิธีไหนก็ขายออกด้วยวิธีนั้น ไม่ใช่ว่าตอนซื้อมาแบบนักลงทุนระยะสั้น แต่พอหุ้นไม่เป็นไปตามคาดก็ไม่ยอมตัดขาดทุน กลายเป็นนักลงทุนระยะยาวจำเป็นซะงั้น แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ
  3. รู้ว่าจะใช้เครื่องมือชนิดใด การวิเคราะห์แบบไหนมาเป็นตัวช่วยในการลงทุน หรือมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งหลักๆ แล้วจะมีอยู่สองแบบคือ
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน(Fundamental Analysis) ซึ่งก็ต้องติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท ดูบัญชีเป็น ดูงบการเงินเป็น ดูแนวโน้มการเติมโตของบริษัทนั้นๆ ได้ และเข้าซื้อเมื่อเห็นว่าราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ วิธีนี้ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะรู้จักกันในนาม VI การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investor) นักลงทุนระดับโลกที่ใช้แนวทางนี้ก็ได้แก่ Benjamin Graham, Warren Buffett,  Philip Fisher รวมถึง Peter Lynch เป็นต้น ส่วนในไทยเราก็มี อาจารย์ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, นพ.บำรุง ศรีงาน(หมอสามัญชน แห่ง ThaiVI.org) เป็นต้นครับ
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค(Technical Analysis) ซึ่งก็ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาของหุ้นนั้นๆ อ่านกราฟเป็น ใช้อินดิเคเตอร์เป็น เข้าใจแนวโน้มของราคา (Trends) เข้าใจรูปแบบของราคา (Patterns) เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อขายให้ถูกจังหวะ นักลงทุนระดับโลกที่ใช้แนวทางนี้ก็ได้แก่ George Soros, Jesse L. Livermore,  Ed Seykota เป็นต้น  ส่วนในไทยเราก็มี คุณลุงโฉลก(chaloke.com) คุณมัดเลย์ (mudleygroup.blogspot.com) คุณเด่นศรี (dsm.pantipmember.com) เป็นต้นครับ

มีทุน  มีความรู้พร้อมแล้ว ก็ไปเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ได้เลย หรืออาจจะเปิดไว้ก่อนแล้วค่อยไปหาความรู้ก็ได้ไม่ว่ากันครับ

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต้องทำอย่างไร

 

อย่างแรกเลยคือต้องเตรียมหลักฐานเหล่านี้ให้พร้อม

ถ้าไม่อยากเตรียมเอกสารให้ยุ่งยากแนะนำสมัครกับโบรกเกอร์ exness ครับ สมัครง่าย แค่นาทีเดียวก็เรียบร้อยครับ ไม่ต้องส่งเอกสารใดๆ เลย ฝากเงิน ถอนเงินสะดวก รวดเร็วมากๆขอบอก เล่นหุ้นทุนน้อย เล่นหุ้นด้วยเงิน 500 บาท สมัครexnessคลิกที่นี่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการ หรือหนังสือเดินทาง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบแจ้งรายการบัญชีธนาคารหรือสำเนาสมุดเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
  • แบบคำขอให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) (อันนี้หากเราต้องการให้โบรกเกอร์ตัดเงินจากบัญชีได้เลยก็กรอกไปได้เลยครับ แต่ถ้าต้องการโอนเงินเข้าเองไม่ต้องการให้หักอัตโนมัติก็ไม่ต้องกรอกตัวนี้ครับ)
  • ค่าอากรแสตมป์ 30 บาท

จากนั้นก็เลือกโบรกเกอร์ได้เลย เพื่อนสามารถดูรายชื่อโบรกเกอร์ได้ที่ http://www.settrade.com/C00_BeginnerRedirect.jsp?txtPage=beginnerZone/th/beginner-broker-list.html

หากทุนน้อยและต้องการเทรดบ่อยๆ ก็สามารถเลือก โบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ที่ตอนนี้มี บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กับ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ครับ

ตามลิ้งค์ด้านบนเพื่อนๆ สามารถกรอกข้อมูลสมัครทางออนไลน์ได้เลยครับแล้วเราก็ปริ้นออกมาเซนต์กำกับ หรือว่าโบรกเกอร์เขาจะส่งเอกสารมาให้กรอกทางไปรษณีอีกที อันนี้แล้วแต่โบรกเกอร์ หรือว่าถ้ามีสำนักงานโบรกเกอร์อยู่ใกล้บ้าน เพื่อนๆ สามารถโทรให้เขามาหาถึงบ้านพร้อมกับเอกสารการสมัครได้เลย โบรกเกอร์ต้องการลูกค้าใหม่ๆ อยู่แล้วเลยแข่งกันบริการเต็มที่

ส่วนระยะเวลาอนุมัติส่วนใหญ่จะประมาณ 7 วัน ถ้าเกินนี้โทรจิกไปเลย หรือไปตั้งกระทู้ที่ พันทิบ ห้อง สินทร (http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/) ก็ได้ รับรองได้เรื่อง

ต้องเปิดบัญชีประเภทไหน

มือใหม่ควรเปิดแบบ บัญชีเงินฝาก (Cash Balance Account) ซึ่งเราต้องฝากเงินเข้าไปมีเงินเท่าไหร่ซื้อหุ้นได้เท่านั้น เพิ่งเริ่มอย่าเพิ่งเปิดแบบบัญชีเงินกู้ยืม (Credit Balance Account) ไว้เราบริหารจัดการการเงิน (Money Management) ได้เก่งแล้วค่อยมาว่ากันอีกที

และแนะนำว่าให้เปิดบัญชีแบบเล่นหุ้นออนไลน์จะสะดวกมากๆ ครับ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์บ้านเราจะกำหนดวงเงินที่ต้องใช้เงินในการเปิดบัญชีออนไลน์ขั้นต่ำที่ประมาณ 5,000 ถึง 50,000 บาทครับ แล้วไม่ต้องกลัวว่าเงินของเราจะไปนอนนิ่งเฉยๆ ไม่ยอมทำงาน เพราะโบรกเกอร์เขาก็มีดอกเบี้ยเงินฝากให้ด้วยครับ

อย่าลืมนะครับก่อนเล่นหุ้นด้วยเงินจริง ความรู้เพื่อนๆ ต้องพร้อม เพราะในสนามแห่งนี้ต่อให้เพื่อนๆ มีเครื่องมือดีขนาดใหน สุดท้ายก็ต้องสู้กันด้วยความรู้และประสบการณ์อยู่ดีครับ

  1. อยากให้เพื่อนๆ ที่เล่นหวย หันมารวยด้วยการเล่นหุ้นกันเยอะๆ แต่ไม่ใช่ว่าเห็นตัวเลขราคาแล้วมาเล่นหวยหุ้นกันอีกนะ อันนั้นหนักกว่าเดิมอีก

ลงทุนหุ้นขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.krungsri.com

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

Scroll Up
error: Content is protected !!